[Fate/Zero] Fan-fiction: Affection(1)

posted on 14 May 2012 22:41 by komina  in Works  directory Fiction
สวัสดีค่ะ..../ปัดฝุ่น
 
คือว่าเนื่องจากโก้พีคเฟทซีโร่มากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก็...นะ สุดท้ายมันเลยกลายออกมาเป็นฟิคAUทีู่พูดตรงๆว่าอยากเขียนขึ้นมาเพราะพี่อีฟ @eveba XD
 
คู่อิสเวย์(เรียกตามแท็กในพิกซีฟละกันนะ..)เป็นคู่ที่ปลื้มที่สุดแล้วค่ะ(ถึงจะจบเศร้าก็ตาม กุซิก) แต่ในเวอร์นี้เป็นเวอร์สาวค่ะ...เพราะว่าเอพริลฟูลของUfotableทำออกมาให้ฉันกรี๊ดกร๊าดมากค่ะUndecided
 
พอ...เข้าเรื่องได้ละ
 
 
 
Fate/Zero Fan-fiction
Affection (1)

WARNING:
AU fanfiction เพราะฉะนั้นเนื้อหาในบางจุดจะไม่ตรงกับตัวต้นฉบับนะคะ
R-18  เด็กดีอย่าอ่านเลยนะคะ; v ;
 
 

1.

 

“สะ...สำเร็จแล้ว...”

 

เสียงนั้นหลุดมาจากริมฝีปากของเด็กสาวในชุดสเวทเตอร์สีเขียวเบื้องหน้าของเขา ร่างกายบอบบางนั้นทรุดลงตรงหน้าวงเวทย์ที่เขายืนอยู่ข้างใน นัยน์ตาโตสีเขียวเข้มเบิกกว้าง เขามองออกว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยความยินดี

 

เขามองไปรอบๆป่าและสุดท้ายก็พินิจยังใบหน้าหวานของเด็กสาวที่ยังดูยินดีในความสำเร็จของตน

 

คนคนนี้น่ะรึที่อัญเชิญเขาออกมา?

 

ดูเหมือนเด็กสาวตรงเขาจะตั้งตัวติดแล้ว เธอลุกขึ้นมาแล้วปัดฝุ่นที่กางเกงออก ท่าทางแสดงความมั่นใจในตัวของเธอทำให้เขาประหลาดใจ

 

“น่าสนใจนี่นา”ราชาผู้พิชิตยิ้ม “ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่อัญเชิญข้า – อิสคานเดอร์คนนี้จะเป็นเพียงเด็กสาวเท่านั้น”

 

ดูเหมือนคำนั้นจะจี้จุดหล่อนอย่างจัง เด็กสาวกระทืบเท้าแล้วแหวใส่เขา

 

“เจ้าบ้า ฉันไม่ใช่เด็กนะ ปีนี้ฉันก็ตั้ง19แล้วนะ!”

 

อิสคานเดอร์ถอนหายใจ เขาเดินออกจากวงเวทย์ เด็กสาวตรงหน้าสะดุ้งเฮือกแล้วถอยหลังไปอีกก้าว ร่างกายสูงใหญ่ของเขาคงทำให้หล่อนตกใจจนถอยหลังออกไป

 

...ยังกับแมว

 

หรือคำว่าลูกแมวจะเหมาะกว่า?

 

“ยะ ยังไงก็ตาม”เจ้าหล่อนเท้าสะเอว “ฉันชื่อเวเวอร์ เวลเว็ตแล้วก็เป็นมาสเตอร์ของนายด้วย! ไรเดอร์ เพราะงั้นจากนี้ไปหน้าที่ของนายก็คือชนะสงครามครั้งนี้แล้วก็นำจอกมาให้ฉันเท่านั้น!”

 

มาสเตอร์ของเขายิ้ม คำพูดที่หล่อนเอ่ยออกมาดูจะสร้างความมั่นใจให้เจ้าตัวมากขึ้น อิสคานเดอร์อยากหัวเราะกับความมั่นใจนั้นเหลือเกิน เขาก้มตัวลงไปใกล้เวเวอร์ ไหล่ของเด็กสาวไหวน้อยๆ เอ่ยถาม

 

“มะ มีอะไรอีกเล่าไรเดอร์”

 

“นี่ยัยหนู ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ”เขายิ้ม นัยน์ตาสีชาดมองไปยังเส้นผมเข้มของเธอ

 

“เป็นผู้หญิงแท้ๆ ทำไมเจ้าถึงไม่ไว้ผมยาวล่ะ”

 

เวเวอร์นิ่งเงียบ

 

ราชาผู้พิชิตไม่ใช่ผู้ที่ชอบการรอคอย เขาถามซ้ำอีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการที่เด็กสาวหันหลังให้แล้วเอ่ยตอบ

 

“ไม่ใช่เรื่องของนาย แล้วก็อย่าออกมาในร่างมนุษย์สิ มันเปลืองพลังเวทฉัน”

 

อิสคานเดอร์หัวเราะ เธอหันมามองเขาอย่างสงสัยระคนรำคาญ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อเห็นเซอร์วอนท์ของตนยังไม่กลับไปยังรูปลักษณ์กายละเอียด เวเวอร์เดินเข้าไปใกล้แล้วจิ้มที่หน้าอกเต็มไปด้วยมัดกล้ามของราชาผู้เคยพิชิตเกือบทั้งโลกมาแล้ว

 

“ฟังกันบ้างสิ นายน่ะต่อให้เคยยิ่งใหญ่ขนาดไหน สำหรับฉันนายก็แค่เซอร์วอนท์เท่านั้น และนายก็แค่ทำตามที่ฉันสั่งก็เพียงพอแล้ว เข้าใจไหม?”

 

ไรเดอร์ทำหน้าเบื่อหน่ายปนขนขัน ยัยหนูนี่จะทำตัววางอำนาจไปถึงไหนกัน ทั้งๆที่แค่เขาเดินไปใกล้ๆก็ตัวสั่นแล้ว ยังจะทำท่าเหนือกว่าเขาอีก

 

...น่าสนใจจริงๆแหละ

 

“แต่เจ้ายังไม่ตอบคำถามของข้านี่นา”

 

มาสเตอร์ของเขากอดอกแล้วเชิดหน้าขึ้น “ฉันจะตอบคำถามนายก็ต่อเมื่อนายเอาจอกหรือจัดการมาสเตอร์ได้สักคนนึงเท่านั้นแหละ”

 

อิสคานเดอร์เลิกคิ้ว ยิ้มและเอ่ยข้อเสนอของตนเช่นกัน

 

“ถ้างั้นข้าจะทำตามคำสั่งของเจ้าก็ต่อเมื่อเจ้ายอมตอบคำถามดีมั้ย?”

 

“นายนี่!?”

 

หล่อนร้องอย่างหัวเสียกับการย้อนความของเขา อิสคานเดอร์หัวเราะอย่างถูกใจเมื่อเห็นเด็กสาวอารมณ์เดือดขึ้นมาจากการแหย่ด้วยคำพูดของเขา แม้ในความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่อง เขาก็ดูออกว่าใบหน้าน่ารักนั้นแดงก่ำจากโทสะ หล่อนยกมือของตนขึ้นมา

 

บนหลังมือนั้นมีตราสีแดงรูปร่างแปลกตาที่แสดงถึงพันธสัญญาที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับหล่อนในฐานะมาสเตอร์กับเซอร์วอนท์

 

“นายเห็นอาคมบัญชานี่ใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้น – นายน่ะต้องทำตามคำสั่งฉัน เข้าใจไหม?”

 

“แต่มันก็ใช้ได้แค่สามครั้งเท่านั้นนี่นา” ไรเดอร์ยิ้ม เวเวอร์คล้ายกับสะอึก คนเป็นมาสเตอร์ย่อมรู้ดีถึงความสำคัญของอาคมบัญชาว่ามันสำคัญขนาดไหน ถ้าหากเขาใช้มันหมดอย่างไม่ระวัง ย่อมหมายถึงอำนาจที่สูญเสียไปพร้อมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างมาสเตอร์กับเซอร์วอนท์อีกด้วย

 

เด็กสาวนิ่งราวกับพยายามข่มอารมณ์ภายในตัว อิสคานเดอร์ยิ้มอย่างเป็นต่อ เขาไม่ได้มีความสนใจในจอกเท่าไหร่หรอก สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงโลกใบนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปมากมายเหลือเกินเมื่อเทียบกับสมัยที่เขานั้นยังมีชีวิตอยู่

 

และเด็กสาวคนนี้ – มาสเตอร์ของเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

 

อิสคานเดอร์มองมาสเตอร์ของเขาเหมือนกับลูกแมว -- เขาอยากจะให้ลูกแมวที่ขู่ฟ่อใส่เขาเปลี่ยนเป็นเข้ามาคลอเคลียเขาไม่ห่างแทน

 

งั้นเขาควรจะทำอะไรก่อนดีล่ะ?

 

“งั้นก็เป็นอันตกลงกันสินะ”

 

“ใครบอกอย่างงั้นไม่ทราบ”เวเวอร์สวนขึ้นมาทันควัน หากเมื่อเห็นใบหน้าที่แสดงถึงความเหนือกว่าของราชาผู้พิชิตก็ต้องถอนหายใจ เอ่ยเสียงอ่อน “งั้นพันธสัญญาของเรามันก็ไม่มีความหมายสิ เหมือนฉันต้องจ่ายมานาให้นายฟรีๆเลย”

 

อิสคานเดอร์มองเด็กสาวที่เริ่มทำตัวเหมือนผู้หญิงขึ้นมา เขาทรุดลงบนเข่าให้ระดับความสูงใกล้เคียงกับมาสเตอร์ตัวเล็ก ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู

 

หล่อนสะดุ้งในตอนแรก ทำท่าจะเอ่ยอะไรบางอย่างหากก็ปิดปากลง ร่างกายที่ดูเกร็งตอนแรกก็ลดการป้องกันตัวจากเขาลง

 

...ทำตัวน่ารักก็เป็นนี่นา

 

ราชาผู้พิชิตยิ้มอย่างเอ็นดู

 

“ข้าไม่ได้หมายความว่าข้าจะฝ่าฝืนพันธสัญญา ข้ากลับชื่นชมเจ้าเสียด้วยซ้ำที่ไม่ได้ใช้อาคมบัญชาบังคับข้าด้วย ข้าเพียงแค่อยากลองดูนิสัยของคนที่จะมาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้าเท่านั้นเอง”

 

เด็กสาวมองหน้าเขา ถอนหายใจสั้นๆก่อนว่า

 

"งั้นเราก็มาสัญญากันในฐานะของผู้ที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันก็แล้วกัน ดีไหม?”

 

“โอ้ มันต้องอย่างงี้สิถึงจะเหมาะเป็นมาสเตอร์ของข้า”

 

มาสเตอร์ของเขาถอนหายใจ ดูเหมือนสุดท้ายหล่อนก็ต้องตามใจเขาจนได้

 

“ขั้นแรกเลย ฉันอยากจะกลับบ้านแล้ว”

 

“ไม่เอา ข้ามีอย่างอื่นต้องทำ”

 

“หา.....”

 

เด็กสาวครางอย่างงุนงง

 

 

 

2.

 

ท้องฟ้ายังมืดสนิทแม้จะล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้ว

 

ร่างกายสูงใหญ่ที่ยึดพื้นที่ของเตียงไปเสียเกือบครึ่งยังนอนนิ่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลก อาจจะเป็นโชคดีสุดๆเลยก็ได้ที่คู่สมรสชราชาวแคนาเดี้ยนได้กลับไปยังประเทศบ้านเกิดของตนเป็นเวลาถึงสองสามเดือน โดยทิ้งให้หลานสาวปลอมๆอย่างเธออยู่ที่ญี่ปุ่นคนเดียว พร้อมเงินในบัญชีก้อนใหญ่อีกก้อนสำหรับใช้จ่ายภายในบ้าน

 

แต่เงินในบัญชีอาจจะหมดอย่างรวดเร็วเพราะเซอร์วอนท์ของเธอก็ได้

 

  เวเวอร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เด็กสาวนั่งอยู่ข้างเตียงที่เป็นของเธอ มองกองหนังสือที่กระจัดกระจายบนพื้น ใครจะไปนึกกันเล่าว่าเซอร์วอนท์ที่เพิ่งพบกันได้ไม่ถึงข้ามคืนที่นอกจากจะแสดงถึงศักดาความยิ่งใหญ่ของตนข่มคนที่เป็นมาสเตอร์อย่างเธอแล้วนั้นได้ไปพังประตูร้านหนังสือตอนกลางคืนเพื่อเอาสิ่งที่ตนอยากได้ แถมยังกลับมาอย่างภาคภูมิใจเสียอีก

 

อย่าว่าแต่เธอจะควบคุมเขาได้หรือเปล่าเลย แค่มุมมองก็ต่างกันลิบลับแล้ว

 

แถมเธอที่ใช้พลังเวทไปปริมาณค่อนข้างมากก็เหนื่อยแทบตายอยู่แล้ว ยิ่งการที่อิสคานเดอร์ปรากฎตัวในร่างมนุษย์ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเพลียหนักกว่าเดิมเสียอีกเพราะแหล่งมานาในตัวเธอทำให้เขายังคงร่างอยู่ได้ อยากจะนอนบนเตียงนุ่มหากก็ถูกขวางด้วยร่างใหญ่ของเซอร์วอนท์ตัวเองเสียอย่างงั้น

 

...ช่วยไม่ได้

 

ริมฝีปากอิ่มกำลังจะเอ่ยคำพูดหากเสียงของอิสคานเดอร์ก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

“ยัยหนู”

 

“หะ หา มีอะไร”

 

เวเวอร์หันไปตามเสียง หากก็ผงะไปข้างหลังเล็กน้อยเมื่อใบหน้าของเซอร์วอนท์ตัวเองประชิดเข้ามาจนเกือบชนกัน เด็กสาวถอยหลังไปจนเกือบชิดฝาผนัง ในห้องเล็กๆไม่มีที่ให้หลบมากมายนัก เธอคว้าหมอนใกล้มือมากันไว้สร้างความอุ่นใจ บ่นอุบอิบ

 

“เจ้าบ้านี่ จะเข้ามาใกล้ทำไมนัก”

 

อิสคานเดอร์มองเธอที่กอดหมอนแน่น พูดอย่างสงสัย

 

“จะหลบไปทำไมเล่า”

 

“ก็...”เวเวอร์หน้าแดง ซุกหน้าลงที่หมอนในมือ “ต่อให้เป็นมาสเตอร์กับเซอร์วอนท์ฉันก็ไม่ชินที่ให้ผู้ชายมาอยู่ในห้องแบบนี้นี่นา!”

 

เงียบสนิท

 

เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือไรเดอร์ – ราชาผู้พิชิตกำลังกลั้นขำเอาไว้ หากสุดท้ายเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นออกมา เวเวอร์ลุกขึ้นทันที ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอายปนโกรธ

 

การที่เธอจะกลัวการอยู่กับผู้ชายสองคนในห้องเล็กๆแบบนี้มันผิดหรือไงกัน!?

 

อิสคานเดอร์ยังคงหัวเราะอยู่ราวกับเป็นเรื่องขบขันเสียเต็มประดา เด็กสาวรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในหัวขาดผึงไป เธอคว้าหมอนนุ่มนิ่มแล้วตีลงไปบนตัวคนตัวใหญ่บนเตียงพลางร้องลั่น

 

“เจ้าบ้า! มันไม่ได้น่าขำนะ...อ๊ะ!?”

 

คำพูดขาดหายไปเพราะคนที่ถูกตีหยุดหัวเราะแล้ว ข้อมือบอบบางถูกรวบด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย เวเวอร์หน้าซีดลง บนใบหน้าของเซอร์วอนท์ตนไม่ได้มีรอยยิ้มเหมือนเคยหากมีแต่ความจริงจังฉายชัดในนัยน์ตาสีชาดนั้นแทน อิสคานเดอร์ดึงข้อมือเธอเข้าหาตัวเขา แรงที่มากกว่าฉุดร่างเล็กของเด็กสาวให้ตกลงไปทาบทับกับร่างใหญ่ที่นอนอยู่บนเตียง

 

..แย่ล่ะ

 

หัวใจเธอเต้นแรงราวกับทะลุออกจากอกเสียอย่างนั้น ใบหน้าคมเข้ม โครงหน้าแข็งแรงอยู่ใกล้เธอ นัยน์ตาสีชาดใสกระจ่างมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเขียวเข้มของเธอ เสียงรอบข้างดูเงียบงันไปในทันที  เวเวอร์รู้สึกตัวเองตกลงในดวงตาคู่นั้น

 

ชั่วครู่แห่งความเงียบงัน อิสคานเดอร์ก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

 

“ยัยหนู ข้าเพียงแค่จะบอกว่าข้ารู้สึกถึงมานาน้อยมาก เป็นเพราะตัวเจ้าหรือเปล่า”

 

“หะ หา ฉันก็อัญเชิญแบบถูกวิธีทุกอย่างแล้วนี่”เธอลองขยับตัวดู หากมือที่รัดแขนไว้แน่นราวปลอกเหล็กก็ไม่คลายลงแม้แต่น้อย น่าแปลกที่หล่อนไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย หากสิ่งที่เธอต้องกังวลมากกว่าตอนนี้คือสิ่งที่อยู่ในหัวของราชาผู้พิชิตมากกว่า

 

อิสคานเดอร์นิ่งเงียบอย่างครุ่นคิด มาสเตอร์สาวจึงลองเสนอความคิดดู

 

“สงสัยเป็นเพราะตอนที่อัญเชิญนายมาฉันใช้พลังเวทไปเยอะล่ะมั้ง แล้วนายยังปรากฎในร่างมนุษย์อีกมันก็ไม่แปลกหรอกที่มานาจะไม่พอ...”

 

เขายังคงนิ่งเงียบ

 

เวเวอร์ถอนหายใจ “แล้วนายจะทำจะให้ทำไงล่ะ”

 

“สงสัยคงต้องเติมมานาโดยตรงล่ะมั้ง”

 

เซอร์วอนท์ของเธอตอบ ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เวเวอร์จะตั้งตัวติด มือทั้งสองก็ถูกปล่อย มือใหญ่กดให้ที่หลังของเธอให้ อิสคานเดอร์ยกร่างของตนขึ้นนั่งโดยมีเธออยู่ข้างบน

 

“หา...ดะ เดี๋ยวสิ!?”

 

...เติมมานาโดยตรงมันก็คือการแลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกาย 

 

เซ็กส์!?

 

คิ้วหนาสีแดงเลิกขึ้น “ทำไมต้องเดี๋ยว อยากให้ข้าหายไปเฉยๆหรือไง”

 

“กะ ก็ ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้นี่นา...”เธอหน้าแดงก่ำ มือที่เป็นอิสระทั้งคู่ยันไหล่ล่ำหนาเอาไว้แม้มันจะไม่ได้ผลก็ตาม คำว่าเซ็กส์ที่เธอรู้จักเพียงนิยามเข้ามาบินว่อนอยู่ในหัว หล่อนไม่รู้หรอกว่ามันต้องทำอะไรหรือแบบไหน “แล้วฉันก็ยังเด็...”

 

คำสุดท้ายหล่อนกลืนเข้าคอทันที ก้มหน้าลง ได้ยินเสียงทุ้มใหญ่หัวเราะ

 

“แต่ก่อนหน้านี้เจ้ายังพูดอยู่เลยไม่ใช่หรือไงว่าเจ้าไม่ใช่เด็กๆแล้ว?”

 

“อึก...”เวเวอร์กลืนน้ำลาย เธอไม่อยากเป็นคนที่ต้องกลืนคำพูดของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..กับเซอร์วอนท์ของตัวเอง

 

เพราะว่าก้มหน้าอยู่เธอจึงมองไม่เห็นใบหน้าของอิสคานเดอร์ ได้ยินเพียงแต่เสียงที่ถามเธอ

 

“จะเอายังไงล่ะมาสเตอร์ หรือเจ้าจะแพ้เพราไร้เซอร์วอนท์เสียตั้งแต่ยังไม่เริ่มสงครามแล้ว?”

 

...เจ้าบ้า ขี้โกง มัดมือชก 

 

แม้ในหัวจะเต็มไปคำต่างๆหากเธอก็ตัดสินใจไม่พูดมันออกมา เด็กสาวซุกหน้าลงบนแผงอกกว้าง เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับกระซิบ

 

“ทำตามใจนายเถอะ ปะ ปิดไฟด้วย...”

 

(´ ・ω ・`) ♥อะแฮ่มๆ


 

 

 

รู้สึกถึงรอบข้างที่มืดลง หากแสงจันทร์อ่อนจางยังคงสาดส่องผ่านหน้าต่าง เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ยังมีรอยยิ้มแต้มจางๆข%