[Fate/Zero] Fan-fiction: Affection(end)

posted on 16 Jun 2012 00:39 by komina in Works directory Fiction

 

ที่จริงมันควรจะต่อกับพาร์ท1....แต่ขอดราฟต์ไปก่อนละกันนะคะ เพราะเนื้อหาไม่ต่อกันเล้ย 555+
 
 
Fate/Zero Fan-fiction
Affection (end)

 

note : AU/Genderswapped

1

 

บางทีมันอาจจะผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น 

 

เวเวอร์คิดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือเล็กลูบใบหน้าของตนอย่างอ่อนล้า ยังคงเหนื่อยอ่อนจากเหตุการณ์ที่ประสบเมื่อคืน และความฝันแปลกประหลาดของตัว เธอมองไปยังแสงอ่อนจางของยามเช้าสาดส่องผ่านบานกระจก และมองไปยังเซอร์วอนท์ที่ยังคงหลับสนิทอยู่ที่ฟูกบนพื้น

 

ใช่ มันผิดพลาด

 

ความผิดพลาดเริ่มต้นที่ความอวดดีของเธอ เพียงเพื่อสนองความต้องการอันเล็กจ้อย เธอตัดสินใจขโมยสื่ออัญเชิญของอาจารย์ตัวเอง อัญเชิญเซอร์วอนท์ผู้เป็นถึงราชาผู้พิชิตออกมา และการได้ประจักษ์ความจริงว่าเซอร์วอนท์ของตนมีความยิ่งใหญ่แฝงอยู่มากเพียงใด

 

ภาพของกองทัพของที่ยึดครองผืนทะเลทรายกว้างใหญ่เอาไว้พาดผ่านความคิด

 

สัตว์ประหลาดกลางแม่น้ำที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย สัตว์ร้ายที่ถูกกักภายในผืนทะเลทรายที่ครั้งหนึ่งราชาผู้พิชิตเคยเหยียบย่าง

 

และไรเดอร์ผู้กำลังทอดสายตาไปยังท้องทะเลกลางเมฆหมอกสีเทา

 

โอเคียเอนอส --- โอเชียนัส

 

ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่นะ เวเวอร์กล่าวกับตัวเองอีกครั้ง เด็กสาวลุกขึ้นจากเตียงช้าๆโดยพยายามให้เกิดเสียงน้อยสุด ภาพจากความฝันของเธอยังคงเด่นชัด เวเวอร์เดินออกไปจากห้องนอนของตัวเอง ปิดประตูตามเบาๆก่อนจะสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงทักทาย

 

“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”

 

เสียงของ‘คุณยาย’ทักทายมาที่เธอ เวเวอร์หันไปมองมาร์ธา แมคเคนซี่ที่ส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมายังเธอ แม้มันจะเกิดมาจากการที่ความทรงจำของคู่สามีภรรยาถูกปลูกฝังให้เชื่อว่าเธอเป็นหลานสาวของทั้งคู่ก็ตาม เด็กสาวยิ้มตอบก่อนจะเข้าไปยืนข้างหญิงชรา มือเล็กประคองร่างของมาร์ธาอย่างเบามือ

 

“ตื่นเช้าจังเลยค่ะคุณยาย วันนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ”หวังว่าคงไม่ใช่เรื่อง‘คุณอเล็กซ์’ก็พอ เวเวอร์ว่าต่อในใจ มาร์ธาหันมาทำตาโตใส่เธอ หญิงชราหัวเราะเบาๆพลางหยิกที่แก้มเธออย่างเอ็นดู

 

“มีจ้ะ หนูไม่คิดจะพาคุณอเล็กซ์ออกไปเที่ยวข้างนอกหน่อยเหรอจ๊ะ”มาร์ธาถาม ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยเปื้อนยิ้มกว้าง เวเวอร์มุ่นหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ หากก็ยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้าตามเดิม

 

“ทำไมล่ะคะคุณยาย”

 

“ก็ดูท่าคุณอเล็กซ์เขาคงเบื่อนี่จ๊ะ”หญิงชราตอบ นัยน์ตาแจ่มใสมองสบมายังเธอ “อีกอย่างเขาก็เป็นเพื่อนของหลาน ก็น่าจะออกไปเที่ยวเล่นกันสักหน่อย”

 

เด็กสาวอ้าปากจะพูด หากก็ปิดลงเพราะสายตาของมาร์ธาที่มองมายังเธอ ความคาดหวังบางอย่างในนัยน์ตานั้นทำให้ไม่สามารถปฏิเสธคำขอของเธอได้ เวเวอร์ลอบปล่อยลมหายใจหนักๆก่อนจะตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้

 

“ก็ได้ค่ะ”

 

มาร์ธายิ้มกับสีหน้าของเธอ “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิจ๊ะ ท่าทางคุณอเล็กซ์เองก็คงอยากไปกับหนูเหมือนกันแหละจ้ะ”

 

ไปสร้างปัญหาให้น่ะสิ เด็กสาวคิดในใจ ครั้งล่าสุดที่ไรเดอร์ชวนแกมบังคัมให้เธอไปยังสิ่งที่เขาเรียกว่า‘งานเลี้ยงแห่งราชา’คือการที่มีแอสซาซินโผล่ออกมา และตามด้วยการถูกตามล่าโดยเด็กสาวลึกลับผู้ปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านเพื่อจะตามหา‘ถังไวน์ที่หายไป’ (ซึ่งมันหายไปด้วยน้ำมือของไรเดอร์นั่นแหละ) แล้วยังสัตว์ประหลาดของแคสเตอร์นั่นอีก เธอไม่อยากจะคิดว่าหากเซเบอร์ไม่ได้เข้ามาช่วยเอาไว้ เธอคงจะถูกกลืนไปพร้อมๆกับกอร์เดียส วีลนั่นแหละ แถมยัง...

 

ภาพของท้องทะเลสีเทาปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

 

นัยน์ตาสีเขียวเข้มหลุบต่ำลง แล้วหันไปหามาร์ธา “หนูรบกวนคุณยายหน่อยได้ไหมคะ ถ้าหากจะช่วยจัดอาหารกลางวันให้หน่อย..”

 

มาร์ธาส่ายหน้า บีบที่มือเธอเบาๆแล้วตอบ “ไม่รบกวนหรอกจ้ะ หนูไปเตรียมตัวเถอะ”

 

ว่าแล้วร่างของหญิงชราก็กระวีกระวาดลงบันไดไป ดูท่าทางเธอจะอารมณ์ดีมากที่เห็น‘หลานสาว’กำลังจะออกไปข้างนอก

 

เวเวอร์ยิ้มน้อยๆ เด็กสาวเปิดประตูห้องนอนของตัวเอง และพบว่าไรเดอร์กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างเตียง ร่างใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าผืนเล็กเท่านั้นที่ปกปิดท่อนล่างอยู่

 

เธอหน้าแดงจัดกับภาพเบื้องหน้า แม้จะเคยเห็นร่างกายเปลือยของไรเดอร์มาแล้วก็ตาม หากกับเด็กสาวที่วันๆเอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่กับตัวเองและศาสตร์เวท ภาพของผู้ชายที่ไม่มีอาภรณ์ใดๆติดตัวมันก็ไม่ใช่ภาพที่เธอคุ้นชินอยู่ดี

 

เวเวอร์เสมองไปทางอื่น แล้วพูดเสียงต่ำ “ไปแต่งตัวซะสิ วันนี้จะออกไปข้างนอกกัน”

 

ดูเหมือนราชาจะไม่สนใจเธอ เขายังคงนั่งอ่านหนังสือเล่มเล็กต่อไป เด็กสาวทำหน้าบึ้ง เดินปึงปังไปยังเตียงของตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ นั่นทำให้ไรเดอร์หันความสนใจจากหนังสือ เขาปิดมันลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ

 

“จะไปไหนล่ะยัยหนู”ไรเดอร์ถาม นัยน์ตาสีชาดสวยมองมายังเธอยังสงสัย เวเวอร์ทำหน้ายุ่งใส่ แทนที่จะตอบ เด็กสาวกลับถามกลับ

 

“นายอยากไปไหนก็บอกมาสิ คุณยายบอกว่าให้พานายออกไปข้างนอกนี่นา”

 

เสียงห้าวใหญ่หัวเราะ “ไม่รู้สิ ข้าไม่ได้มีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษนี่นา ยัยหนู เจ้าเลือกมาเองละกัน”

 

ไม่มีที่ไหนอยากไปเป็นพิเศษเหรอ คำพูดของเขาทำให้เธอหวนนึกถึงภาพของร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของผืนน้ำกว้างใหญ่ “จะไปทะเลกันมั้ยล่ะ ที่เมืองข้างๆนี้ก็มีทะเลอยู่นี่นา”แต่ทะเลช่วงนี้จะสวยสักเท่าไหร่กันเชียว

 

ไรเดอร์มองเธอ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีความสงสัยอยู่อย่างไม่ปิดบัง “นี่เจ้าไปกินอะไรแปลกๆมาหรือไงยัยหนู”

 

“ไม่ใช่ย่ะ”เธอสวนทันควัน โบกมือไล่เซอร์วอนท์อย่างรำคาญ “ก็นายไม่ชอบรึไง ทะเลน่ะ ในตอนนั้นนายยังมอง...”

 

เวเวอร์ปิดปากทันที ทำไมเวลาที่ไม่อยากจะพูดถึงพูดไม่หยุดเลยนะ “ยังไงก็เถอะ วันนี้นายอยากทำอะไรก็ทำไปแล้วกัน”

 

“มาสเตอร์..”ไรเดอร์เรียกเธออย่างเป็นทางการ “ที่ว่าเจ้าเห็นข้ากำลังมองอะไรนั่นน่ะ ข้ากำลังมองอะไร”

 

เด็กสาวไม่ตอบ ราชาผู้พิชิตลุกขึ้นจากพื้น เขาลูบใบหน้าที่มีหนวดเคราปกคลุมแล้วถามเธอ “เจ้าเห็นข้ากำลังมองไปที่ทะเลสินะ”

 

“นาย...”เวเวอร์มองไปยังเซอร์วอนท์ หากเขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมา ดูเหมือนไรเดอร์จะจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตน เด็กสาวทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วว่า “ก็ใช่แหละ ฉันเลยว่านายน่าจะชอบทะเล”

 

เขาหัวเราะ เวเวอร์ส่งค้อนให้ คำพูดของเธอมันน่าขำตรงไหนกัน

 

“สิ่งที่เจ้าเห็นน่ะมันเป็นความฝันของข้าต่างหาก”ราชาตอบ ใบหน้าคมคร้ามแดดหันมาหาเธอ ส่งยิ้มให้น้อยๆ “ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรหรอกนะ คงเป็นเพราะว่าวงจรของเราทั้งคู่เชื่อมต่อกันกระมัง เจ้าเลยมองเห็นความฝันหรืออดีตของข้า ยิ่งเราทำเรื่องนั้นไปแล้วด้วย”

 

เธอหน้าขึ้นสีจางๆ เอ่ยถาม “นายฝันอะไรถึงโอเคียเอนอสนั่นน่ะ”

 

ไรเดอร์ยักไหล่หนาของตนก่อนตอบ “ก็แค่ความฝันบ้าๆน่ะนะ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ข้ายึดติดมาตลอดสองพันปีนี้แหละนะ”เขาหยุด แล้วเอ่ยเสริม “สมัยข้านั่นน่ะถือเป็นขอบโลกเลย แต่คนโง่อย่างข้าก็ไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ใกล้กับบ้านของข้ามากขนาดไหน”

 

เสียงห้าวใหญหัวเราะกับคำพูดของตัวเอง เด็กสาวมองไปยังเขาอย่างไม่เข้าใจ หากแล้วกลับนึกบางอย่างขึ้นได้ เธอเรียกเซอร์วอนท์ของตัว

 

“ไรเดอร์ นายใช้ไอโอเนี่ยน เฮตารอยไปตั้งสองครั้งติดๆกัน มันมีผลกระทบอะไรหรือเปล่า”

 

ใบหน้าของราชาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขาลุกขึ้นยืน

 

“มันก็มีนั่นแหละ แต่ว่าแปลกจริงๆที่เจ้ารู้ตัวเร็วขนาดนี้”

 

“รู้ตัว?”เวเวอร์เสียงสูงอย่างสงสัย เด็กสาวรวบรวมสมาธิ สัมผัสวงจรเวทของตน สัมผัสพลังเวทที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง และเชื่อมต่อกับเซอร์วอนท์ของตัว

 

พลังเวทของเธอแทบไม่ได้ลดลงเลย มันถูกถ่ายเทออกไปในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น 

 

แล้วที่ผ่านมา – ไอโอเนี่ยน เฮตารอยถูกใช้ด้วยมานาของตัวไรเดอร์งั้นหรือ?

 

เวเวอร์เบิกตากว้าง มองไปยังใบหน้าของราชา เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นถึงความอิดโรยบนใบหน้าคร้ามแดด ไรเดอร์ดูเหนื่อยล้าอย่างที่เธอไม่เคยเห็น เด็กสาวขบริมฝีปาก เอ่ยด้วยเสียงเบาหวิว

 

“เจ้าบ้า...”

 

เขาหัวเราะ “ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นายัยหนู ข้าพักแค่สักสองวันก็เพียงพอแล้ว”

 

มันจะไปพออะไรกันเล่า “ทำไมนายใช้มานาของตัวเองล่ะ เจ้าบ้า แสดงว่าแค่นายจะคงสภาพร่างกายไว้มันก็เต็มกลืนแล้วใช่มั้ย” –แล้วทำไมเขาถึงได้ เธอหยุดชั่วครู่ กล่าว “ทำไมนายไม่ใช้ของฉันซะล่ะ มาสเตอร์ของนายก็คือฉันไม่ใช่หรือไง!?”

 

แม้จะโกรธ หากน้ำเสียงกลับไม่ดังขึ้นแม้แต่น้อย เด็กสาวมองไปยังไรเดอร์ที่ยังนิ่งเงียบ เธอนวดที่ระหว่างคิ้วอย่างพยายามระงับความโกรธ เวเวอร์ลุกขึ้นจากเตียง คว้ากระเป๋าขนาดย่อมๆแล้วเริ่มเดินไปทั่วห้องนอนเล็กๆแล้วเริ่มคว้าถุงขนมและหนังสือของไรเดอร์ลงกระเป๋าของตัว

 

ผู้เป็นเซอร์วอนท์มองเธออย่างสงสัย เด็กสาวหันมาทำตาเขียวใส่เขา แหวใส่

 

“เจ้าบ้า อยู่ที่นี่นายฟื้นตัวช้าน่ะสิ เราจะไปที่ที่ฉันอัญเชิญนายมานั่นแหละ”

 

เวเวอร์ไม่หันไปสนราชาผู้พิชิตอีก เธอมองไปรอบห้อง เมื่อไม่เห็นสิ่งที่จำเป็นต่อตัวเองแล้ว เด็กสาวก็เดินปึงปังออกจากห้องไป

 

ทิ้งให้ไรเดอร์ยืนมองตามอย่างเงียบๆ

 

 

2.

 

            เจ้าบ้า บ้า บ้า คนที่บ้าที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา

 

เธอได้เพียงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ เมื่อจำเลยผู้ตกเป็นเป้าของคำพูดเหล่านั้นกำลังหลับอยู่ใกล้ๆตัวเธอนี่เอง เด็กสาวกัดแซนวิชฝีมือมาร์ธาแล้วคว้าเครื่องดื่มบำรุงตาม เวเวอร์กลั้นความรู้สึกอยากคายมันออกอย่างยากเย็น รสชาติฝาดเฝื่อนแผ่กระจายไปทั่วโพรงปาก

 

อาหารของญี่ปุ่นรสชาติห่วยแตกที่สุด เธอคิดอย่างอคติ มองกล่องข้าวกล่องราคาถูกที่ว่างเปล่าข้างตัวและขวดของเครืองดื่มบำรุงกำลัง เวเวอร์คว้าแซนวิชอีกชิ้น แทบไม่รับรู้ถึงรสชาติของมันอย่างชิ้นก่อนหน้า เด็กสาวเบ้หน้า มองท้องฟ้าที่มืดสนิท มีเพียงแสงดาวอ่อนจางเท่านั้นที่ช่วยแต่งแต้มไม่ให้มันมืดสนิท

 

น่าจะหยิบเต็นท์มามากกว่า เวเวอร์ทำหน้ายุ่ง ถอนหายใจเบาๆกับความผิดพลาดของตน ร่างบางคลุมตัวด้วยถุงนอน ความหนาวเหน็บเสียดแทงผ่านผ้าบุนวมบางๆ แม้จะยังไม่เข้าสู่ช่วงหน้าหนาว หากอากาศกลางป่ามันก็เย็นพอที่จะทำให้เธอแข็งได้

 

เวเวอร์หลับๆตื่นๆอยู่ตั้งแต่ช่วงบ่าย เธอสะดุ้งตื่นขึ้นบางครั้งเมื่อได้ยินเสียงสั่นไหวของต้นไม้ที่ล้อมรอบ ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าป่าของฟุยุกิจะไม่มีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ หากทุกครั้งที่เธอตื่นขึ้นมา ไรเดอร์จะบอกให้เธอนอนต่อ

 

หากตอนนี้เด็กสาวนอนไม่หลับเสียแล้ว อากาศหนาวเหน็บทำให้เธอล้มเลิกความพยายามที่จะนอนหลับต่อ เธอนั่งงอเข่าชิดอก พยายามที่จะสร้างความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด

 

หนาว 

 

เธอปรือตาลง เสื้อโค้ทและถุงนอนไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ชั่วครู่หนึ่งเธอคิดถึงผ้าคลุมของราชาผู้พิชิต คงอุ่นดีพิลึก

 

“อุ่นสิ”

 

เด็กสาวอ้าปากด้วยความตกใจ เซอร์วอนท์ผู้ควรอยู่ในร่างวิญญาณกลับปรากฏขึ้นข้างตัว ไรเดอร์นั่งลงบนพื้นดินราบเรียบ ปลดผ้าคลุมของตนออกจากไหล่แล้วตวัดหมายจะคลุมร่างบาง หากเวเวอร์กลับดันมือของเขาเอาไว้ หน้าหวานบูดบึ้ง เธอแหวเบาๆ

 

“นายจะอยู่ร่างนี้ทำไมเนี่ยเจ้าบ้า ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอไงว่านอนพักอยู่เฉยๆแล้วก็เอามานาไปก็พอแล้ว”

 

ไรเดอร์เลิกคิ้วมอง ย้อนกลับ “ก็เจ้าสงสัยว่าผ้าคลุมข้าจะอุ่นหรือเปล่า เลยจะพิสูจน์ให้”

 

เด็กสาวนิ่งอึ้งไปกับคำย้อน คิ้วที่มุ่นเข้าหากันอยู่แล้วชิดกันเข้ากว่าเดิม ราชาหัวเราะเธอก่อนจะคลุมผ้าทับไหล่บาง มันใหญ่จนเธอกลืนเข้าไปกับขนสัตว์และสีแดงของมัน แต่มันก็อุ่นจริงๆนั่นแหละ เวเวอร์ยอมรับอย่างเสียไม่ได้

 

“ยัยหนู เขยิบไปอีกหน่อยสิ”ไรเดอร์ว่า หากเวเวอร์เขยิบไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาถอนหายใจก่อนอุ้มเธอขึ้นจากพื้นแล้วนั่งลงแทน เด็กสาวร้องลั่น ดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนของราชาผู้พิชิต หากเขาก็ยังคงนิ่งเฉยอย่างไม่สะทกสะท้านแต่อย่างไร กลับกันกล