[BTW]Witch

posted on 17 Jun 2012 18:58 by komina in BTW directory Fiction

ฟิตเนอะ อัพนิยายถี่ๆเนี่ย.....งานการไม่ทำ o<<

ไม่ได้เขียนถึงลูกสาวนานมาก.....มาก....มากกกกกกกกกกกกกก

 

พอละ เข้าเรื่อง

 

 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

ในโปรเจ็กต์

 

 

Witch
-Waiting Maid's story-

ตัวละครในตอนนี้ : เอเลน่า, สแตนลี่ย์, จูเลียส, เนเว่, คุณลุงออริ

กล่าวถึง : คิงทัตแอนด์ควีนอาร์ม

ต่อจาก[BTW]Away

 

 

1.

 

ในโลกใบนี้ เรื่องราวของแม่มดเป็นตำนานที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจ


แม่มดไม่ใช่หญิงชราท่าทางน่ากลัวผู้นิยมในการทรมานเด็กๆหรือผู้อื่น แม่มดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในศาสตร์ด้านใดด้านหนึ่งที่มนุษย์ไม่สามารถก้ามข้ามขีดจำกัดได้ แม่มดบางคนอาจจะไม่มีเวทมนตร์ แต่พวกเธอเหล่านั้นยังถูกขนานนามว่าเป็นแม่มดแม้พวกเธอจะเรียกว่าตัวเองเป็นมนุษย์ก็ตาม เพราะสายเลือดที่ไหลเวียนภายในร่างกายของแม่มดนั้นแตกต่างจากมนุษย์

 

เลือดของแม่มดคือความสิ่งที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีของมันแสดงออกมาเป็นรูปลักษณ์หรือความสามารถเสียส่วนใหญ่ อาจเป็นได้ทั้งเสน่ห์ดึงดูดใจ หรือความอ่อนเยาว์ชั่วนิรันด์ หากด้านดีย่อมมีด้านเสีย แม่มดเกือบทุกคนจำต้องเสียค่าตอบแทนให้กับสายเลือดด้วยการสูญเสียหรือเพิ่มอุปนิสัยหรือแรงขับอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา หากสตรีผู้ที่มีสายเลือดของแม่มดไหลเวียนอยู่ไม่ได้มีเวทมนตร์ ข้อดีและข้อเสียทั้งสองอย่างนั้นจะไม่แสดงออกมาชัดนัก

 

เนื่องจากพลังของแม่มดสืบผ่านทางสายเลือดและเนื้อหนัง ในช่วงหนึ่งแม่มดถูกล่าจนแทบหายไปหมดเพราะมนุษย์ต้องการเลือดเนื้อของพวกเธอมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับพวกตน พวกเธอต่างลี้ภัยไปในดินแดนทางตะวันตกและทางเหนือ อาศัยขุนเขาสลับซับซ้อนและความหนาวเหน็บป้องกันพวกตัว พวกเธอยังคงติดต่อกับมนุษย์บางประเภทที่ไม่คิดจะฆ่าเธอ หากความสัมพันธ์ของแม่มดและมนุษย์ก็เป็นเพียงดังด้ายเส้นบางที่พร้อมจะขาดลงได้ทุกเมื่อ เพราะแม่มดไม่กล้าที่จะเชื่อใจมนุษย์อีกต่อไป

 

นั่นคือสิ่งที่หนังสือเล่มเล็กๆนั้นเขียนไว้



เอเลน่า อิวานอว่าวางหนังสือลง หญิงสาวรู้สึกไม่สบายตัวนัก อากาศของดินแดนทางใต้ร้อนอบอ้าวแตกต่างจากดินแดนที่เธอจากมานัก ชั่วครู่เธออยากที่จะเปลือยกายแล้วนอนอยู่ในน้ำเย็นทั้งวัน แต่ด้วยหน้าที่ หญิงสาวทำไม่ได้

 

อย่างน้อยก็ยังอยู่ในวัง เธอบอกตัวเอง มองไปรอบห้องที่จัดแต่งไว้สวยงาม นอกหน้าต่างที่มีสัตว์หน้าขนตัวสีเทาหลายตัวกำลังเกาะอยู่ตามต้นไม้พลางมองมายังเธอด้วยความสงสัย เอเลน่ายิ้ม ใบหน้าของมันน่ารักน่าเอ็นดู และดูท่าทางมันคงอยากจะเข้ามาในห้องของเธอ

 

หญิงสาวลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างเอง เธอไม่ได้มีผู้รับใช้ส่วนตัวมาตั้งแต่เด็ก อิวานอฟไม่เคยสั่งสอนให้ลูกหลานของตระกูลเป็นผู้ฟุ้งเฟ้อ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องพยายามทำและไขว่คว้ามาให้ได้เอง เธอไม่เคยชินกับการออกคำสั่งคนอื่นนัก แม้จะอยู่ในตำแหน่งนางสนองพระโอษฐ์ขององค์ราชินีก็ตาม

 

เอเลน่ายื่นมือออกไปนอกหน้าต่าง สัตว์ตัวน้อยตัวหนึ่งมองมาที่เธออย่างไม่แน่ใจก่อนที่จะเริ่มก้าวเข้ามาหามือเรียว หญิงสาวแตะที่ขนสีเทาอ่อนนุ่มบนลำตัวมันเบาๆ มันร้องว้า~ว้า~อย่างพึงพอใจ และเจ้าตัวอื่นที่เฝ้ามองสถานการณ์อยู่ก็เริ่มตามเข้ามา พวกมันส่งเสียงร้องและเริ่มแสดงท่าทางต่างๆเรียกร้องความสนใจของเธอ

 

นางสนองพระโอษฐ์หัวเราะอย่างเอ็นดู เธอกล่าวกับพวกมัน “ทำไมข้าถึงไม่รู้มาก่อนว่าในเขตราชวังของอาณาจักรนี้มีพวกเจ้าอยู่ด้วย? ชาวเมืองนี้ขนานนามเจ้าอย่างไรกันหนอ...”

 

“พวกเราเรียกมันว่าโคอาล่า ท่านหญิง”

 

เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่ดังขึ้นจากข้างหลังเรียกความสนใจของเธอจากเหล่าโคอาล่าพวกนั้น พวกมันละความสนใจจากเธอเช่นกันแล้ววิ่งไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งในเครื่องแบบทางการ เอเลน่าหันไปมองชายที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลของเธอชั่วคราวระหว่างที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้

 

สแตนลีย์ ฟรายเดย์



“ท่านสแตนลีย์”หญิงสาวทักพร้อมรอยยิ้มหวานหยด เธอถอนสายบัวให้เขาเป็นการทักทายแล้วเดินไปทางที่เขายืนอยู่ การที่สแตนลีย์มาหาเธอที่ห้องพักคงหมายความว่าคณะราชทูตของแดนเหนือถึงเวลาที่จะได้เข้าเฝ้าองค์ราชินีแล้ว

 

น่าขัน ความคิดของเธอเมื่อเห็นชายหนุ่มครั้งแรกคือน่ากิน ความคิดจากแรงขับของเธอที่มันไม่มีทางเป็นไปได้เอาเสียเลยเมื่อนึกถึงตำแหน่งหน้าที่ของระหว่างทั้งคู่แล้ว หญิงสาวมองกองทัพโคอาล่าที่ยังคงคลอเคลียอยู่รอบกายสแตนลีย์ ก่อนเขาจะเอ่ยอะไรบางอย่างเบาๆทำให้มันวิ่งออกไปทางหน้าต่าง

 

“เชื่องดีจังนะคะ”เอเลน่าว่า มองไปยังเหล่าโคอาล่าที่หายไปจากห้องของเธอแล้ว สแตนลีย์หัวเราะเบาๆแล้วตอบ

 

“องค์ราชินีโปรดฯให้เลี้ยงพวกมันเอาไว้ครับ โคอาล่าคือสิ่งที่ราชินีโปรดปรานมากๆ ถึงขนาดกฎหมายเพียงหนึ่งเดียวของดินแดนนี้ยังเป็นของพวกมันเลย”

 

เหมือนแดนเหนือไม่มีผิด       



ห้ามทำร้ายอัลปาก้า ห้ามทำร้ายโคอาล่า เมื่อครั้งเยาว์วัย บางครั้งเอเลน่าก็ไม่เข้าใจกลไกความคิดของผู้ตั้งกฎหมายเหล่านี้เอาเสียเลย หากหญิงสาวไม่ได้มองว่ามันเลวร้ายอะไรเมื่อเทียบกับความน่าเอ็นดูของพวกมัน เพราะในบ้านเกิดของเธอ อัลปาก้าถูกดูแลอย่างดีกว่าชาวจรจัดบางคนเสียอีก

 

“แล้ว...ที่ท่านสแตนลีย์มาพบข้ามีเหตุผลอะไรหรือเปล่าคะ”เธอถาม ชายหนุ่มดูจะนึกออกได้ว่าตนจะกล่าวเรื่องอะไร เขายิ้มก่อนจะผายมือเชิญเธอ

 

“องค์ราชินีให้คณะทูตเข้าเฝ้าได้แล้ว ข้ามาเพื่อนำทางท่าน ขณะนี้ท่านราชทูตเฟรดิชรออยู่แล้ว”

 

หญิงสาวกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินออกไปจากห้องพัก สแตนลีย์ปิดประตูตามเบาๆก่อนจะเดินนำทางเธอ หญิงสาวเดินไปตามทางเดินที่สว่างด้วยแสงจากตะเกียงที่เรียงรายไปทั่วตัวราชวัง ตลอดทางเธอชวนแสตนลีย์สนทนาด้วยเรื่องสัพเพเหระ เพียงไม่นานเธอก็พบกับคณะของเธอกำลังยืนรอคอยอยู่

 

เฟรดิช ฟอน ไอน์ฮานเดอร์เป็นชายชราร่างสูงผอม ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยของเขาตอบซูบ ตอนเด็กๆที่เธอได้เจอเขา เอเลน่ากลัวท่านลุงเฟรดิชมาก แต่แม้ใบหน้าจะดูน่ากลัว หากเขาก็เป็นคนที่อ่อนโยนแตกต่างจากเปลือกนอกลิบลับ รวมถึงวาทศิลป์งดงามที่มันทำให้เขาดำรงตำแหน่งเอกอัครทูตมาตั้งแต่ครั้งที่บิดาของเธอยังมีชีวิต จนกระทั่งตอนนี้เธอได้มาทำงานร่วมกับเขา

 

“ท่านสแตนลีย์ เป็นเกียรติอย่างสูงที่ท่านได้กรุณามาเป็นผู้ดูแลคณะของเรา”เฟรดิชว่า ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มประดับน้อยๆ ชายชราค้อมศีรษะเล็กน้อยซึ่งสแตนลีย์ค้อมตอบเช่นกัน

 

“หามิได้ พวกท่านเป็นแขกสูงศักดิ์จากแดนไกลที่เราไม่ได้ต้อนรับมาเสียนาน ข้าย่อมต้องออกมาทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดครับ”สแตนลีย์ตอบ หันไปมองหีบห่อที่เป็นเครื่องบรรณาการจากแดนเหนือจำนวนย่อมๆโดยมีผู้ติดตามร่างใหญ่สองสามคนของเฟรดิชดูแลอยู่ “ท่านต้องการความช่วยเหลือในเรื่องหีบห่อเหล่านี้หรือไม่ ท่านเฟรดิช?”

 

“ไม่จำเป็นเลย ท่านแม่ทัพ”เขาหัวเราะพลางโบกมือมือประกอบ “ผู้ติดตามของข้าสามารถพามันไปได้ถึงเบื้องพระพักตร์ขององค์ราชินีได้แน่ๆ”

 

“ถ้าท่านเอ่ยเช่นนั้นข้าคงไม่ขอขัด ขณะนี้ก็ได้เวลาแล้ว ข้าจะนำทางพวกท่านไปเข้าเฝ้าองค์ราชานี”

 

สแตนลีย์กล่าวก่อนจะเริ่มเดินนำทาง เอเลน่าเดินไปหาท่านลุงของเธอ เฟรดิชยิ้มน้อยๆให้บุตรสาวของสหายผู้ล่วงลับ ชวนคุยเบาๆ

 

“เป็นอย่างไรบ้าง เอเลน่า หวังว่าเจ้าคงจะสามารถปรับตัวได้กับเมืองนี้นะ”

 

เอเลน่ายิ้ม “ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะท่านลุง นอกจากอากาศแล้ว เมืองนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก”

 

“งั้นหรือ”สายตาของผู้สูงวัยสบมาอย่างอ่อนโยน “แล้วแรงขับของเจ้าสร้างปัญหาอะไรให้บ้างหรือเปล่า? ข้าจำได้ว่าท่านย่าของเจ้าแทบไม่สามารถเดินทางออกจากดินแดนที่นางอยู่ได้ นางบอกว่าแรงขับของนางมีปัญหาเสมอเวลาไม่ได้อยู่ในเขตแดนของนางเอง”

 

“ข้าไม่ใช่ท่านย่านะคะ ท่านลุง”เธอตอบ “และท่านย่ามีปัญหามากเพราะเธอไม่ยอมออกไปพบกับใครเลย ต่างจากข้าที่พบปะผู้คนอยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นข้าสามารถควบคุมแรงขับของข้าได้ค่ะ”

 

แต่ถ้าหากคนที่เธออยากกินยินยอมก็ว่าไปอย่าง



ทั้งคู่หยุดการสนทนาลงเมื่อถึงท้องพระโรง สแตนลีย์หยุดและคำนับลงเบื้องหน้าบัลลังก์ก่อนหลบฉากออกไป คณะทูตแดนเหนือทำความเคารพเฉกเช่นเดียวกันเบื้องหน้าองค์ราชินีที่ประทับอยู่บนบัลลังก์สูงพร้อมโคอาล่าหลายตัว

 

องค์ราชินีจูเลียส ราชินีที่เป็นผู้ชาย



เฟรดิชเริ่มร่ายคำพูดขององค์ราชาและองค์ราชินีผู้เป็นนายเหนือหัว น้ำเสียงเนิบนาบของเขาชวนฟังหากเอเลน่าไม่ได้ใส่ใจนัก หญิงสาวก้มหน้าต่ำแล้วเริ่มคิดถึงราชินีอามิน่ากับโคอาล่าที่เตือนให้เธอนึกถึงนายเหนือหัวอย่างน่าประหลาดใจ เฟรดิชสั่งให้ผู้ติดตามของเขาเปิดหีบบรรจุเครื่องราชบรรณาการออกมา เอเลน่าเห็นพรมขนอัลปาก้าชั้นดีหลายม้วน เครื่องเพชรพลอยที่ส่องประกายสวยงาม และตุ๊กตารูปโคอาล่าที่ทำจากขนสัตว์จำนวนสามตัว

 

สองอย่างแรกดูจะไม่ดึงดูดความสนใจขององค์ราชินีเท่าไหร่นักจนกระทั่งถึงตุ๊กตาสามตัวนั้น เอเลน่าหัวเราะคิกในใจเมื่อเห็นจูเลียสสั่งให้แสตนลีย์รีบไปนำตุ๊กตาไปให้เขา เมื่อได้รับมันแล้ว องค์ราชินีผู้ถูกรายล้อมด้วยโคอาล่าก็กล่าว

 

“ข้าดีใจนักที่ท่านได้มาเยือนดินแดนแห่งนี้ ข้าขอขอบคุณสำหรับเครื่องบรรณาการของท่าน มันถูกใจข้ามากจริงๆ โดยเฉพาะเจ้านี่...”มือชูตุ๊กตาโคอาล่าขึ้น “ในฐานะแขกของข้า จงทำตัวตามสบายเหมือนกับอยู่บ้านของท่านตลอดเวลาที่ท่านพักพิงอยู่ทีนี่”

 

และนั่นก็คือสัญญาณว่าเธอสามารถไปได้ หรือจะอยู่ต่อก็ได้ตามแต่จะพึงใจ

 

เฟรดิชเดินไปพบเด็กหนุ่มร่างเล็กดูท่าทางอมโรคที่ยืนหลบอยู่ข้างๆ เธอได้ยินแว่วๆว่าเขาเป็นเอกอัครราชทูตของดินแดนนี้ หญิงสาวสมควรจะอยู่ต่อ หากหน้าที่ที่องค์ราชินีให้มามีเพียงแค่การติดตามเฟรดิชมายังดินแดนแห่งนี้ แต่เธอเลือกที่จะกลับไปยังห้องพักของเธอเพื่อเขียนจดหมายถึงนายเหนือหัว เธอปลีกตัวออกไปเงียบๆจากท้องพระโรง ก่อนเดินออกไปเอเลน่าสังเกตถึงสายตาของท่านแม่ทัพที่มองมายังเธอ หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาน้อยๆก่อนเดินออกไป

 

เมื่อเธอเหยียบย่างเข้าสู่ห้องพักในราชวังของแดนใต้ยามพลบค่ำของเมื่อวาน นกตัวน้อยสีสันจัดจ้านก็รอเธออยู่แล้ว ที่ขาของมันผูกจดหมายที่ปิดผนึกเอาไว้อย่างดี บนซองไม่มีชื่อผู้รับเขียนเอาไว้ หากมันจ่าไว้เพียงสั้นๆ

 

แม่มด



จนตอนนี้เอเลน่าก็ยังไม่ได้เปิดมันอ่าน

 

แต่เธอจำนกตัวนั้นได้

 

 

 

 

2.

 

แม่มดบางคนอาจจะไม่มีเวทมนตร์ แต่พวกเธอเหล่านั้นยังถูกขนานนามว่าเป็นแม่มด 


ท่านย่าเคยบอกเธอเอาไว้ว่า อิวานอฟต้องการบุตรีมากกว่าบุตรชาย เพราะสายเลือดของแม่มดนั้นจะแสดงออกมาต่อเมื่อเป็นผู้หญิงเท่านั้น ท่านแทบไม่ได้ออกจากคฤหาสน์กลางป่าแห่งความหนาวเหน็บในดินแดนเหนือเลยนับแต่คลอดบุตรชายออกมา และท่านไม่สามารถเป็นแม่คนได้อีกต่อไป

 

ตระกูลของเธอเป็นตระกูลของแม่มดที่รอดชีวิตมาจากการล่าสังหารของมนุษย์ได้ เทียดของเธอคือผู้ที่มาตั้งรกรากอยู่ที่ดินแดนแห่งความหนาวเหน็บด้วยการช่วยเหลือของตระกูลไอน์ฮานเดอร์ พวกเขาไม่มีความปรารถนาที่จะใช้เลือดเนื้อของแม่มดเพื่อแข็งแกร่งขึ้น หากพวกเขาต้องการใช้ความรู้ของแม่มดมากกว่า เทียดของเธอเป็นแม่มดไม่กี่คนที่มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์เวทมนตร์มากกว่า2อย่างและสามารถใช้เวทมนตร์ได้ นั่นคือสาเหตุที่ตระกูลไอน์ฮานเดอร์ให้ความช่วยเหลือเธอเอาไว้

 

ไอน์ฮานเดอร์เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับอิวานอฟมากที่สุด คนของสองตระกูลมักจะแต่งงานกัน นานๆครั้งที่จะมีลูกหลานที่เลือกจะไม่แต่งงานกับตระกูลนี้ ซึ่งเธอเป็นหนึ่งในนั้นที่เลือกปฏิเสธชายหนุ่มของไอน์ฮานเดอร์

 

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของสองตระกูลไม่เคยมีความบาดหมาง ไอน์ฮานเดอร์รับใช้ราชวงศ์อย่างซื่อสัตย์โดยมีอิวานอฟเป็นผู้ช่วยเหลือ การที่ไอน์ฮานเดอร์อยู่ได้ยาวนานขนาดนี้ไม่ใช่เพียงเพราะความภักดีต่อราชวงศ์เท่านั้น มันรวมไปถึงเล่ห์เหลี่ยมและการลอบสังหาร ไอน์ฮานเดอร์และอิวานอฟมีเพียงความภักดีต่อราชวงศ์ แต่ที่เหลือมันไม่อยู่ในสายตาของทั้งสองตระกูล

 

เป้าหมายมีเพียงปกป้องราชวงศ์เท่านั้น



ท่านย่าของเธอเร้นกายอยู่ในเงามืดตลอดเวลาที่ยังมีชีวิต บัญชาของเธอถูกส่งผ่านผู้เป็นบิดาของเอเลน่าทุกครั้ง อดีตดัชเชสอิวานอว่าไม่เคยแสดงตัวออกมาเบื้องนอก ด้วยเหตุผลง่ายๆที่เธอเคยบอกเอเลน่า

 

แรงขับของเธอคือการฆ่า



นั่นคือข้อเสียอันใหญ่หลวงที่มาพร้อมกับเวทมนตร์และความงามที่ไม่มีทางหมดสิ้น มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยที่มีความงามชั่วนิจนิรันดร หากแลกด้วยความต้องการที่จะฆ่าคนอื่นที่ไม่อยู่ในเขตแดนของตัวหรือมีความผูกพันกับเธอด้านใดด้านหนึ่ง

 

เอเลน่าจำใบหน้าท่านย่าของเธอได้เพียงเลือนราง แต่สิ่งที่เด่นชัดคือนัยน์ตาสีน้ำเงินเหลือฟ้าสดใสที่ไม่ฟ้าฟางไปตามกาลเวลา เธอจำได้ว่าท่านย่ามักอยู่เล่นกับเธอบ่อยๆเมื่อครั้งเธออาศัยที่คฤหาสน์กลางป่าเพื่อพัฒนาความสามารถของเธอที่สายเลือดแห่งแม่มดมอบให้

 

การปรุงยา 


หากเอเลน่าไร้ซึ่งเวทมนตร์ในขณะที่ท่านย่ามีเวทมนตร์ หากหญิงสาวไม่ได้นึกน้อยใจอะไร เพราะเธอเลือกที่จะเชี่ยวชาญด้านการสร้างโอสถมากกว่า นั่นคือสาเหตุที่เธอไม่เรียกว่าตัวเองเป็นแม่มด เพราะเธอไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปที่สามารถปรุงยาได้เก่งกว่าปกติเท่านั้น

 

แน่นอนว่ายาที่เธอสร้างขึ้นย่อมมีคุณภาพดีกว่าสิ่งที่บุคคลทั่วไปสร้างขึ้น เอเลน่าไม่ได้ทำมันโจ่งแจ้ง หากเพียงทำตามคำสั่งของตระกูลไอน์ฮานเดอร์เท่านั้น จนกระทั่งสามเดือนที่แล้ว มีนกสีแปลกตารอคอยเธออยู่เมื่อเธอก้าวกลับไปในห้องทำงาน เธอไม่ทราบที่มาของมัน แต่คงเดาไม่ยากว่ามันคงบินเข้ามาทางหน้าต่าง

 

มันก็มีจดหมายผูกไว้ที่ขา ทันทีที่เธอแกะจดหมายออก นกน้อยก็บินหายไปจากสายตา หน้าซองจ่าถึงแม่มด เอเลน่ารู้ทันทีว่ามันส่งมาถึงเธอ หญิงสาวเปิดมันด้วยมือที่สั่นเทา เนื้อหาจดหมายไม่ยาวนัก หากใจความของมันทำให้เธอแปลกใจ

 

‘—เราต้องการที่จะซื้อยาจากท่าน’


ยาพิษที่มอบความทรมานน้อยที่สุดให้กับผู้ตายคือสิ่งที่คนคนนั้นต้องการ หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาต้องการมันไปเพื่ออะไร แต่ตราบใดที่มันไม่เกี่ยวกับราชวงศ์แห่งอาณาจักรนี้ เธอไม่มีเหตุผลต้องกังวลใจ เพราะเงาของราชวงศ์ไม่มีทางปล่อยให้จดหมายนี้เข้ามาถึงตัวเธอได้แน่นอนหากมันมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์

 

และนี่เป็นอีกครั้งที่เธอได้เห็นมัน เอเลน่าปิดประตูห้องพักเบาๆ เดินไปยังโต๊ะทำงานเล็กๆที่เธอวางจดหมายเอาไว้ ใช้มีดตัดกระดาษกรีดผนึกออกก่อนจะเริ่มอ่านเนื้อหา

 

‘ถึงแม่มด



ข้าขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของท่านเป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้ข้าทราบว่าท่านกำลังพักอยู่ที่แดนใต้ จึงใคร่ ที่จะให้การตอบแทนที่ช่วยเหลือข้าเมื่อคราวที่แล้วเสียหน่อย ถ้าหากท่านไม่รังเกียจ โปรดเดินทางมายัง ที่...และแน่นอน ข้าขอรับรองว่าท่านจะไม่ถูกเอ่ยถึงในฐานะแม่มดแน่ๆ



ปล.ถ้าหากท่านไม่สามารถทนแรงขับของท่านได้ ข้าพร้อมให้ความช่วยเหลือเสมอ



งั้นก็เลิกเรียกคนอื่นว่าแม่มดสิสักทีสิยะ เจ้าบ้า!



เอเลน่าสบถในใจอย่างอดไม่อยู่ เธอเกลียดเวลาที่มีคนอีกเรียกว่าเธอเป็นแม่มดที่สุด เพราะหากไร้ซึ่งเวทมนตร์ เธอก็แค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น

 

 หากท้ายประโยคกลับทำให้เธอชะงักงันได้ คนคนนี้รู้เรื่องแรงขับของเธอได้อย่างไรกัน?



แค่เรื่องที่เธอมีเชื้อสายของแม่มดก็มีเพียงไม่กี่คนที่รับรู้ มันยิ่งน่าแปลกไปอีกเมื่อคนคนนี้รู้ไปถึงแรงขับของเธอ แรงขับที่เธอไม่ได้รังเกียจแต่เธอก็ไม่ได้ชอบมันนัก เพราะมันยากที่จะทำตามอย่างยิ่งเมื่อเธออยู่ในฐานะนี้

 

แรงขับของย่าเธอคือการฆ่า หากแรงขับของเอเลน่าคือความต้องการทางเพศ 



หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอกะเวลาไม่ได้มากเมื่ออยู่ในดินแดนที่ไร้ซึ่งแสงสว่างอันแท้จริงอย่างที่นี่ เอเลน่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนลงนั่งลงบนเก้าอี้ คว้ากระดาษและปากกาขนนก หญิงสาวหยดน้ำเปล่าใส่ลงในถาดฝนหมึก และใช้แท่งหมึกฝนจนมันกลายเป็นสีดำก่อนจุ่มปลายปากกาขนนกลงในนั้น เริ่มเขียนจดหมายถึงองค์ราชินีอามิน่า ปัดเรื่องจดหมายเชิญไปอีกมุมของความคิด

 

เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหน หากเมื่อมองอีกที ท้องฟ้าข้างนอกก็กลายเป็นสีดำสนิท เอเลน่าพับจดหมายอย่างบรรจงก่อนใส่มันลงในซอง เธอหวังว่าการไปรษณีย์ของแดนใต้จะไม่แย่นัก ก่อนจะเดินไปดูเสื้อผ้าของตนที่ถูกนำออกจากหีบของเธอแล้วจัดเรียงไว้ในตู้เสื้อผ้าอย่างเรียบร้อย

 

เอเลน่าเลือกชุดกระโปรงแบบเรียบง่ายที่สุด เธอยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นผ้าคลุมสีดำตัวใหญ่อยู่ในนั้นด้วย แม่บ้านของเธอจัดมันมาด้วยราวกับรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าอย่างไรอย่างนั้น

 

ปัญหาต่อมาคือเธอควรจะออกไปจากเขตราชวังอย่างไรดี?



คนแรกที่เธอนึกถึงคือสแตนลีย์ อย่างน้อยให้ช่วยนำทางไปด้วยก็ดี แต่ว่าประเด็นมันอยู่ที่เธอจะไปหาตัวท่านแม่ทัพจากที่ไหนเนี่ยสิ หรือจะไปขอให้ผู้ติดตามของท่านลุงมาช่วยดี?


ความคิดเธอตีกันไปหมด จนลงท้ายด้วย ไปเองก็ไม่เห็นจะยากตรงไหน 


เธอเดินออกจากห้องแล้วถามทางไปยังสถานที่นัดพบจากเหล่าคนใช้ภายในตัวราชวังจนกระทั่งออกมานอกเขตราชวังได้ เอเลน่านึกขอบคุณที่ชุดตัวที่เธอหยิบมาเป็นเสื้อแขนยาว เพราะอากาศร้อนอบอ้าวยามกลางวันเปลี่ยนเป็นเย็นจัดเสียแล้ว หญิงสาวดูสถานที่นัดพบอีกครั้ง ตั้งใจที่จะถามชาวเมืองถึงสถานที่ตั้งของมัน หากได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าและเสียงที่คุ้นเคยดังเสียก่อน

 

“ท่านหญิง เวลาป่านนี้แล้วท่านจะไปที่ใดกัน?”

 

เอเลน่าเบิกตากว้าง เธอเห็นแสตนลีย์บนหลังม้าพร้อมกับผู้ติดตามสองสามคน หญิงสาวทักเขาทันทีอย่างดีใจ “ท่านสแตนลีย์! ข้ากำลังต้องการความช่วยเหลือพอดีเลย”

 

มือเรียวหยิบจดหมายมาอ่านอีกครั้งก่อนว่า “ข้ากำลังหาทางไปที่...พอดีเลย ท่านพอบอกข้าได้ไหมว่ามันไปทางไหน?”

 

สแตนลีย์มองเธอ “ท่านจะไปที่นั่นทำไมกัน”

 

“เอ่อ...”เอเลน่าเกาข้างแก้มของตัวเอง ยิ้มแห้งๆ “พอดีว่าคนรู้จักของข้านัดพบข้าที่นั่นน่ะค่ะ แต่ข้าไม่รู้ทางก็เลย...”

 

“ท่านคงไม่จำเป็นต้องไปแล้วล่ะ ท่านหญิงเอเลน่า”สแตนลีย์ว่า “เพราะว่าคนที่ท่านจะไปพบนั้นกำลังสนทนาอยู่กับท่านนี่แหละ”

 

เอเลน่ายิ้มค้าง

 

นี่เธอได้ยินผิดไปใช่ไหม 



ไม่หรอก ไม่มีทาง ไม่มีทางแน่ๆ คนที่เธออยากกินคือคนที่เอาแต่เรียกเธอว่าแม่มดเนี่ยนะ..!?



สิ่งที่ท่านสร้างนั้นมีประโยชน์จริงๆ ข้าขอขอบคุณมากๆ”ท่านแม่ทัพค้อมหัวน้อยๆ “ยิ่งเห็นผลลัพธ์แล้ว ข้าถึงกับอยากที่จะใช้มันกับตัวเองเลย”

 

เอเลน่าก้มใบหน้ารับคำชมอย่างกระอักกระอ่วน แม้ในใจเธอจะกู่ร้องลั่น

 

ไม่จริง ไม่จริง ไม่จริ๊ง!!!!



“มายืนคุยกันตรงนี้คงไม่ดี ท่านคงเมื่อยแย่”สแตนลีย์ยิ้มน้อยๆ “ถ้างั้นเราไปที่ที่ข้าเชิญท่านไปในจดหมายนั้นดีกว่าไหม ท่านหญิง”

 

ด้วยหน้ากากของหญิงสาวผู้เคยชินกับการเข้าสังคมที่ยังคงไม่แตกง่ายๆ เธอยิ้มและถอนสายบัวน้อยๆ

 

“ค่ะ มายลอร์ด”

 

 

ถ้าหากนี่เป็นความฝัน ให้เธอช่วยตื่นขึ้นทีเถอะ!


 

TBC....?

 

 

 

สรุปเหตุการณ์

-ที่จริงแล้วเอลมีเชื้อแม่มดอยู่ แต่ถือว่าไม่ได้มีเวทมนตร์=คนธรรมดา

-เอลตามท่านลุงไปเมืองใต้ตามบัญชาควีน เล่นกับโคอาล่า มีพุดดิ้งเป็นไกด์ในวัง

-เอลอยากงาบพุดดิ้ง(ลูกฉาน o<<) แต่รู้ว่าพุดดิ้งคงไม่เล่นด้วยเลยเก็บเอาไว้

-ควีนจูเลียสท่าทางจะชอบตุ๊กตาโคอาล่าน่าดู คนใส่มาให้นี่น่าจะควีนอาร์ม

-ได้จดหมายจากลูกค้าเมื่อสามเดือนก่อนอีกครั้งเลยตัดสินใจจะไปดูหน้าซะหน่อย

-ลูกค้าคนนั้นดันเป็นสแตนลีย์ เอลเลยช็อกไปเลย

-เพราะคนที่เอาแต่เรียกเอลว่าแม่มดดันเป็นคนที่กำลังอยากงาบซะงั้น....

 

สะ สะ เสร็จแล้ว แต่งต่อสักทีียยยย ||||o<<

ขอบคุณพี่เพอร์ที่ให้ยืมพุดดิ้งนะคะ ถ้าเขียนหลุดไปตรงไหนท้วงติงได้เลยนะคะ orz

 

สำหรับคุณลุงเฟรดิชนั้นเป็นออริเราค่ะ หน้าตาประมาณคุณลุงแก่ๆผอมๆสูงๆ...พอดีว่ายังไม่รู้ว่าใครเป็นทูตของเมืองเหนือเลยเขียนขึ้นมาเองเลย แฮ่

ส่วนสาเหตุที่พุดดิ้งเรียกเอลว่าแม่มดในจดหมายนั้นขอเขียนในตอนต่อละกันนะคะ แต่สาเหตุมันก็มาจากตาลุงเฟรดิชเนี่ยแหละ เพราะลุงแกเอายาหลานสาวไปขายไม่พอ แกยังโฆษณาซะด้วยว่ายาทำโดยแม่มดเมพกว่ายาทั่วไปชัวร์ๆ! 

(เขียนไปเขียนมาทำไมคุณลุงแกดูรั่วๆชอบกล orz)

 

เขียนฺBTWก่อนเพราะไม่รู้จะเกลาคำพูดในBTยังไงดี และตอนนี้กำลังฟิตจัด 555+ แทนที่จะเวิ่นเฟทต่อเลยมาลงที่ลูกสาวแทน(งานการไม่ทำนะหล่อน....)

และ และ ขอบคุณทุกคนมากค่ะ!!

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เอลๆ ดูเป็นสาวน้อยที่ลึกลับน่าค้นหาจังเลยอ่า
แอบเซกซี่นิด ๆ ด้วยแฮะ ,,- -,,
เอ๊ะ นี่มันสาวน้อยเวทมนตร์เอเลน่า! /ไม่ใช่แล้ว! =[]=
แอบกรี๊ดท่านลุงนะ อยากให้ออกมาอีก ไว้จะรออ่านต่อนะจ๊ะ
แล้วก็ขอให้เอนจอยกับการรับประทานพุดดิ้งนะ หึหึ -_,-

#4 By ยู่ยี่. on 2012-07-20 17:26

อา....

/อ่านจบแล้วเหม่อมองฟ้า

ป.ล. เห็นภาพควีนเหนือใต้นั่งเล่นตุ๊กตาฟูๆ กัน

#3 By cyanic on 2012-06-17 22:48

มองกระต่ายทรุด
//หม่ามี้ช็อค
//เอาจานมาครอบลูกชาย ม่ายยย พุดดิ้งนี้หมดอายุแล้ว กินไม่ได้ //อะไรของมัน...
ช็ิอค เม้นท์ไม่ถูกเลย...
โคเมะสิงคุณเอลใช่มั้ย...
เดี๋ยว เม้นต์ดีๆ ก่อน
อ่านตอนนี้แล้วชอบนะ ประวัติตระกูลของคุณเอลทำให้นึกถึงพวกสลีปปี้ฮอลโลว์ไรแบบนี้เลย ในป่า หนาวๆ มีหิมะตกแล้วก็แม่มด ชอบแฟนตาซีแบบน้านน ชอบเรื่องแรงขับที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกันด้วย มันยูนีคดี
ชอบควีนจูลี่เรียกหาตุ๊กตาโคอาล่า กร๊าก ควีนของฉันมันต้องงี้สิ!! //รีบเอาตุ๊กตาไปถวาย
คาแรคเตอร์พุดดิ้งไม่มีปัญหานะคะ มันยังไม่ได้เข้าโหมดโลกส่วนตัวก็เป็นคนเลี้ยงโคอาล่าที่ขยันขันแข็งแบบนี้แหละ... (ว็อท?)
ส่วนเรื่องที่เอลจะกินพุดดิ้ง ตอนแรกนึกว่าเล่นมุกอยากกินเพราะมันมีออร่าเหมือนพุดดิ้ง... ไม่ใช่เรอะ //ช็อค
เอ่อ แต่พุดดิ้งมันร้ายนะคะ คุณเอลระวังนะ... มันจะเอาคุณเอลไปทำอะรายยยยยยย จะพาไปเที่ยวบาร์เลสเบี้ยนใช่มั้ยเนี่ยยยย ลูกแมวไม่มาคุม เริงร่านักนะ //ตบตีมัน
อยากอ่านต่อ ลุ้น //บีบโก้...

คือฉันที่เป็นแม่พุดดิ้งก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรและตามมาอ่านแบบงงๆ เลยช็อค กร๊าก
ไว้จะแต่งในมุมมองพุดดิ้งมั้งน้า btw สนุกจังๆ

#2 By Pudding Friday on 2012-06-17 21:53

/like tag แม่เอลหื่นมากกว่า 55555555555555
โอ๊ย อ่านไปก็ลุ้นไป ตายละ ว้ายยยยยยยยยยยยยยยย
ทำเอาเค้าเม้นไม่ถูกเยย.. ควีนคิดถูกมั้ยเนี่ยส่งเอลไป.. 
/ว่าแต่ ควีนรู้จะไรกับเค้ามั้งมั้ยเนี่ยยยย /เอ๋อเบย  
 
เอาละ.. อะแฮ่ม เนื่องด้วย อ่านจบแล้วก็จริง แต่สติสตังดันไปกองตรงท้ายหมดเยย แอร๊ะ  เอลจะงาบพุดดิ้งหยอ ระวังโดนแมวท่านแม่ทัพลอบสังหาร(?)นะจุ๊ อรั่กๆๆ /ไม่รู้จะเม้นอะแล้ว เอาเป็นว่า รอตอนต่อปายย

#1 By SIN*SIN on 2012-06-17 20:11