[Fate Sexta] ME01: Meet the Eyes

posted on 08 Jul 2012 14:21 by komina
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 

 

[ME01] 1st Event: Meet the Eyes

 (Master: Leia Organa Einhander/ Servant: Odysseus)

 

 

 

- กดF5ด้วยเน่อ เปลี่ยนธีมอีกแล้ว แฮ่ๆ 

- เนื้อเรื่องก่อนเดินทางไปอังกฤษนะคะ

 

- เพราะว่าแอตลาสตั้งอยู่ที่อียิปต์ โลเกชั่นเลยเป็นอียิปต์เน่อ

 

 

 

 

1.


                เจ้าคิดอย่างไรเมื่อได้พบข้าครั้งแรก? 

               เกลียด 

 

 

                เลอา ไอน์ฮานเดอร์ไม่ใช่คนที่ชอบถูกขัดใจ คุณหนูอย่างเธอรู้ตัวดีว่าเป็นคนหลงตัวเองแล้วยังเอาแต่ใจเข้าขั้นร้ายแรง แต่ว่าเธอก็ไม่คิดจะปรับปรุงแก้ไขนิสัยนี้แต่อย่างใด

 

 

                การเข้าร่วมสงครามนี้ก็คือความเอาแต่ใจของเธอเช่นกัน

 

                สื่ออัญเชิญที่ถูกวางเอาไว้บนแท่นเล็กๆ วงแหวนเวทถูกวาดด้วยเมอคิวรี่เป็นลวดลายบนพื้นห้องทดลองของเธอ เลอายิ้มน้อยๆอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มเอ่ยคำอัญเชิญด้วยภาษาบ้านเกิดของตน

 

                แสงสีฟ้าส่องสว่าง อาบสีเย็นตาไปทั่วห้องทดลองของเธอ เมื่อคำอัญเชิญถูกว่าจนจบบท หมอกควันก็พวยพุ่งออกมาจากวงแหวนเวท ความปวดร้อนที่บนหลังมือขวาทำให้เธอนิ่วหน้า อาคมบัญชาปรากฎอยู่บนนั้น

 

                นั่นหมายความว่าเธอได้เข้าร่วมสงครามครั้งนี้แล้ว  


                ข้อมูลของเซอร์วอนท์ถูกส่งเข้ามายังสมองโดยตรง คลาส สถานะ นามที่แท้จริง และสิ่งที่ผู้เป็นมาสเตอร์ควรจะรับรู้

 

                โอดิสซุส ใช่ นั่นคือชื่อของชายร่างสูงที่กำลังมองเธอด้วยนัยน์ตาสีท้องทะเล เลอา ไอน์ฮานเดอร์ไม่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าแล้ว แม้ในใจของเธอของเธอจะลิงโลดไปด้วยความดีใจ หากเธอกลับไม่สามารถแสดงมันออกทางสีหน้าได้

 

                ท่ามกลางความเงียบงันระหว่างทั้งคู่ เสียงทุ้มนุ่มนวลของอาเชอร์เอ่ยขึ้นก่อน

 

                “ข้าขอถาม – เจ้าคือมาสเตอร์ของข้าใช่หรือไม่?”

 

                “ใช่”

 

                เธอตอบ เชิดใบหน้าเล็กๆขึ้น รอยขบขันฉายชัดบนดวงตาสีท้องทะเลคู่นั้น เขาก้าวออกจากวงแหวนเวทเข้ามาประชิดตัวเธอ ร่างกายสูงเพรียวของอาร์เชอร์ทำให้เลอาไม่รู้สึกว่าเขาเป็นนักรบ แต่ความกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาจากอดีตราชาแห่งเกาะอิธาคาทำให้มือของเธอสั่น

 

                “ยอดเยี่ยม”อาร์เชอร์ว่า คว้ามือของเธอที่มีอาคมบัญชาตราอยู่บนนั้นขึ้นมาจุมพิต “เท่านี้พันธสัญญาก็เสร็จสมบูรณ์ และนามของเจ้าคืออะไรกัน สาวน้อย”

 

                สาวน้อยเรอะ เด็กสาวคิด ความร้อนผ่าววิ่งขึ้นไปบนใบหน้าของตนด้วยความเขินอายปนโกรธเคืองจากคำพูดนั้น เลอากระตุกมือออกจากการเกาะกุมนั้น หากอาร์เชอร์กลับจับมือของเธอไว้แน่นขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นทำให้เด็กสาวนึกถึงสุนัขจิ้งจอก

 

                เขาถามซ้ำ

 

                “ชื่อของเจ้า สาวน้อย”

 

                เลอารู้ว่าควรหยุดการพยายามอย่างไร้ผลและตอบเขาได้แล้ว น้ำเสียงของเธอไร้ซึ่งความสงบนิ่งเหมือนปกติ มันเกือบเป็นการแผดเสียงใส่เลยด้วยซ้ำ

 

                “เลอา! เลอา ออร์กานา ไอน์ฮานเดอร์! เท่านี้พอใจหรือยังอาร์เชอร์ ปล่อยมือฉันสักที..อึ๊!?”

 

                อาร์เชอร์ปล่อยมือเธอแล้ว แต่ว่าเขากลับกดตัวเธอเข้ากับกำแพงแทน มันไม่เจ็บ แต่มันมากพอที่จะทำให้เลอาปิดปากเงียบด้วยความตกใจ รอยยิ้มบนใบหน้านั้นยังคงอยู่ แต่สายตาของอาร์เชอร์ไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

 

                นั่นทำให้เลอาอยากร้องไห้ออกมา

 

                “อย่าขึ้นเสียงกับข้าอีก เลอา พันธสัญญาของเราไม่ได้รวมถึงการที่เจ้ามองข้าเป็นเพียงคนรับใช้หรือคนที่ต่ำต้อยกว่าเจ้า”เซอร์วอนท์พูด น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงถึงความโกรธเคือง แต่นัยน์ตานั้นเย็นเยียบ เลอาอ้าปาก หากเธอกลับไม่สามารถบังคับลิ้นให้เอ่ยคำใดออกมาได้

 

                ทำได้เพียงแค่หลุบตาลงต่ำ และขบริมฝีปากแน่น

 

                อาร์เชอร์ปล่อยมือออกจากเธอก่อนเอ่ย “ข้าจะออกไปข้างนอก ถ้ามีอะไรก็เรียกข้าแล้วกัน”

 

                ร่างสูงเพรียวนั้นเดินจากไป เขากลับสู่ร่างวิญญาณโดยทิ้งประกายสีรุ้งเอาไว้ให้เธอเห็นราวกับจะเยาะเย้ยถึงความล้มเหลวในการควบคุมเซอร์วอนท์ของเธอ เด็กสาวทรุดตัวลงกับพื้น ศีรษะเธอปวดตุบราวกับจะระเบิดออกมา เลอาปัดเส้นผมสีสว่างของตนที่ปรกหน้าผากของตนขึ้น มือทั้งสองสั่นสะท้าน

 

                เกลียด


                คนที่เธอหลงรักกลับกลายเป็นคนที่เธอเกลียดไปเสียแล้ว

 

 

 

 

 

2.


                นายเกลียดฉันหรือเปล่า? 

                ข้าออกจะรักเจ้าเสียขนาดนี้ เลอา ทำไมจึงคิดแบบนั้นเล่า 

                ......เพราะการกระทำของนายไง 

 

                คลาสอาร์เชอร์โดดเด่นในด้านความอิสระ พวกเขาทำตามที่ตนต้องการ ไม่คิดหวังพึ่งพามาสเตอร์เท่าไหร่นอกจากถือว่าเป็นแหล่งมานาของตน และนั่นรวมถึงโอดิสซุสด้วย

 

                ท้องทะเลทรายกว้างไกล อากาศเย็นเยียบ ได้กลิ่นของทะเลโชยมาตามสายลม เขาไม่ชอบทะเล แต่เขาก็ไม่ได้เกลียดมันแต่อย่างไร

 

                โอดิสซุสมองผืนทะเลทราย ข้อมูลที่จอกมอบให้บอกว่าที่นี่คืออียิปต์ ใกล้กับดินแดนที่ทำให้เขาห่างจากบ้านเกิดและคนรักไปยาวนานถึง10ปี เขายิ้มน้อยๆยามเห็นทิวทัศน์อันคุ้นเคย เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยเด็กสาวคนนั้น

 

                เลอา มาสเตอร์ของเขาเหมือนกับเด็กนิสัยเสียที่ถูกตามใจมากเกินไป โอดิสซุสไม่อาจทนนิสัยนี้ได้ไม่ว่ามันจะมาจากผู้ใหญ่หรือเด็กสาวอย่างมาสเตอร์ก็ตาม แต่เขาไม่ได้โกรธเธอ เขาออกจะชอบเลอาเสียด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เขากระทำลงไปคือความต้องการที่จะสอนสาวน้อยคนนั้นเท่านั้น

 

                แต่มันคงจะรุนแรงเกินไป ทางที่ดีเขาควรไปขอโทษเลอาซะ

 

 

 

 

 

                โอดิสซุสเห็นมาสเตอร์ของเขากำลังพิงหมอนใบใหญ่อยู่บนเตียง เลอานอนในห้องทดลองของตัวเอง ในมือของเธอถือแก้วกระเบื้องที่บรรจุอะไรบางอย่างที่มีควันลอยฉุยขึ้นมา

 

                เด็กสาวสะดุ้งเมื่อมองเห็นเขา นัยน์ตาสีม่วงอะมีธิสต์จ้องมองมาอย่างระแวดระวัง เลอาวางแก้วกระเบื้องลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะพูดโดยไม่มองหน้าเซอร์วอนท์ของตัว

 

                “นายมีอะไร อาร์เชอร์”

 

                น้ำเสียงนั้นเรียบสนิท มันทำให้โอดิสซุสรู้สึกผิดขึ้นมาน้อยๆ ราวกับเขาไปทำร้ายอะไรบางอย่างของเธอเข้า ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้เตียงนอนของเธอ เลอาขยับตัวหนี นั่นทำให้เขาหยุดฝีเท้าลงก่อนจะคุกเข่าข้างๆมาสเตอร์ตัวเล็ก

 

                กลุ่มผมสีสว่างแผ่ลงบนลาดไหล่เล็กสว่างล้อกับแสงไฟอ่อนจาง มันเตือนให้โอดิสซุสนึกถึงสตรีผู้ที่รักเขาเป็นอย่างยิ่ง ชายหนุ่มไล่ความคิดนั้นออกไป แล้วเอ่ยกับเลอาอย่างอ่อนโยน

 

                “ข้ามาขอโทษ สาวน้อย”

 

                เลอาไม่ได้เอ่ยตอบ แต่เธอยอมมองมายังเขาแล้ว แต่นั่นก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี


                “เลอา ข้าเพียงแต่ยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้เท่านั้น แต่ข้าไม่ได้โกรธเจ้า และเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด”โอดิสซุสว่า เขายิ้มน้อยๆ “แต่ข้าไม่อยากให้เจ้ามองข้าเป็นเซอร์วอนท์ มองว่าข้าเป็นคนที่พร้อมจะนำพาชัยชนะในสงครามนี้มาให้เจ้าเสียดีกว่า ดีมั้ย?”

 

                ความเงียบทิ้งตัวลงมาเมื่อชายหนุ่มพูดจบ เขารออย่างอดทนให้เด็กสาวตอบกลับมา

 

                แล้วเลอาก็ตอบกลับ

 

                “...ก็ได้ ฉันก็ขอโทษนายเหมือนกัน อาร์เชอร์”

 

                ใบหน้าของเด็กสาวยังคงเรียบเฉย แต่นัยน์ตาสีม่วงนั้นไร้ซึ่งความโกรธเคืองหรือหวาดระแวงอย่างคราแรก

 

                โอดิสซุสยิ้ม

 

                “งั้นเจ้าอยากให้ข้าทำอะไรให้มั้ย เลอา”

 

                เด็กสาวเชิดหน้าน้อยๆ ชี้ไปทางแก้วกระเบื้องข้างตัว “ไปเอานมร้อนๆมาให้ฉันทีละกัน ใส่น้ำผึ้งด้วยล่ะ”

 

 

                อาร์เชอร์นิ่งอึ้ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เลอาหน้าแดงก่ำ เธอปาหมอนข้างตัวใส่แก้ขวย แต่มันก็พลาดอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อเซอร์วอนท์หลบมันอย่างง่ายดายด้วยการเบี่ยงตัวเล็กน้อย เด็กสาวหันหลังให้เขา พึมพำอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้ยิน

 

                แต่อย่างน้อยการพบกันของเขาและมาสเตอร์ก็ไม่ได้จบลงอย่างเลวร้ายนัก

 

                “เร็วๆเข้าสิ ตาบ้า”

 

                “รู้แล้วน่า”

 

                โอดิสซุสถอนหายใจ หากเมื่อเห็นเด็กสาวแอบมองมาทางเขาพร้อมรอยยิ้มจางๆจนแทบไม่เห็นบนใบหน้านั้น มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มนึกถึงสตรีในความทรงจำ

 

 

 

 

 

                ข้าออกจะรักท่านเสียขนาดนี้ ท่านรู้บ้างไหม โอดิสซุสของข้า?

 

 

 

 

 

 

A/N :

- ห้องทดลองเลอากว้างมากเลยล่ะ เจ้าตัวกินๆนอนๆอยู่ในนั้นแล มีครบทุกอย่าง

 

- ผู้หญิงที่พูดถึงในความทรงจำของโอดิสซุสคือเทพธิดาคาลิปโซค่ะ

 

- ตอนนี้ก็ยังไม่ได้วาดหนุ่มคนนี้เลย ฮึก ทำแต่งานที่ถูกสั่ง ไม่ว่างวาดสักที

 

 

 

 

เอาล่ะ เสร็จไปละหนึ่งอีเวนท์Undecided

 

ที่จริงมันมีภาพประกอบด้วยแหละค่ะ แฮะๆ แต่ว่าวาดไม่ทันเลยเอางี้ไปละกันนะ/โดนต่อย

 

 

 

ขอฝากสองคนนี้ไว้ด้วยนะคะ!

 


 

edit @ 8 Jul 2012 16:58:14 by โกโก้

edit @ 8 Jul 2012 19:18:48 by โกโก้

Comment