[Hansel&Gretel] Morality

posted on 27 Jan 2013 22:41 by komina in Works directory Fiction

-ปัดฝุ่นบล็อกที่ดองไว้พักใหญ่ๆ

-ฟิคที่เกิดขึ้นด้วยแรงยุล้วนๆ และความอยากเขียนอินเซสต์ค่ะ(ฮา)

-แน่นอน ถ้าเจเรมี่ไม่น่ารัก อาจจะไม่กรี๊ดกร๊าดถึงขั้นนี้ก็ได้

-และเพลงที่ฟังลูปตอนแต่ง...(ดูไม่เกี่ยวเท่าไหร่นะ 555+)

 

 

 

Morality
Hansel and Gretel: Witch Hunters

บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจน้องสาวของตัวเองเอาเสียเลย

 

ภารกิจเสร็จสมบูรณ์ พวกเขาฆ่าแม่มดสำเร็จ เด็กๆได้กลับบ้าน และจำนวนเงินที่ได้รับก็ครบถ้วน

 

แต่เกรเทลกลับเงียบขรึมลงกว่าเดิม เธอดูเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่ตอนที่พวกเขาออกจากออกส์เบิร์ก

 

ออกไปยังที่ที่มีแม่มด

 

ในระหว่างการเดินทาง วันนั้นสภาพอากาศไม่ดีนัก พวกเขาจึงตัดสินใจพักที่โรงแรมก่อนเดินทางต่อ

 

แน่นอนว่าโทรลล์อย่างเอ็ดเวิร์ดพักกับพวกเขาไม่ได้ และเบนเลือกที่จะนอนคนละห้องกับพวกเขา

อย่างน้อยไอ้หนุ่มนั่นก็รู้ว่าอะไรควรไม่ควร

 

คืนนั้นเขาชวนเกรเทลออกไปที่บาร์

หญิงสาวส่ายหน้าดิก ขดตัวกลมบนที่นอน

 

“พี่ไปคนเดียวเถอะ”

“อะไรกัน ปกติชอบดื่มไม่ใช่เหรอไง”

“นั่นมันพี่ต่างหาก”

“แต่ปกติเธอสั่งมากกว่าฉันอีกนะ”

 

เกรเทลทำหน้ามุ่ย พลิกตัวไปอีกทาง

เขานั่งลงข้างเตียง หันหลังให้เธอ

 

“เกรเทล”

“...อะไร”

“ตั้งแต่ออกจากเมืองนั่นมาเธอดูเงียบลงเยอะเลยนะ มีอะไรหรือเปล่า”

เธอไม่ตอบ เขาถอนหายใจ

แฮนเซลหันไปหาเธอ บีบที่หัวไหล่ของผู้เป็นน้องเบาๆ

 

“มีอะไรถึงไม่บอกพี่ของเธอล่ะ หืม แม่น้องสาวคนเก่ง”

 

“...ฉันแค่คิดถึงเรื่องนั้นน่ะ”

“เรื่องไหน”

 

“โธ่”เธอลุกขึ้นนั่งในที่สุด “ก็เรื่องที่ว่าฉันเป็นแม่มดไงล่ะ”

แฮนเซลเลิกคิ้ว

“อะไรกัน นี่เธอกังวลกับเรื่องแค่นี้อยู่เหรอ”

“ก็ตอนนั้นมันต้องสู้กับยัยแม่มดนั่นนี่นาเลยไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้”

“แล้ว?”

 

เกรเทลขบริมฝีปากน้อยๆ จับมือของพี่ชาย

เขาไม่เห็นเธอแสดงท่าทางแบบนี้บ่อยนัก นอกจากเวลาที่เธอไม่มั่นคงกับตัวเอง

 

แฮนเซลชอบเธอในตอนนี้

เพราะเขารู้สึกว่ามีเพียงตัวเองเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งให้กับเกรเทลได้

 

“ไม่รู้สิ งานของพวกเราคือการล่าแม่มดใช่มั้ยล่ะ แต่พอมารู้ว่าที่จริงตัวเองก็เป็นแม่มดเหมือนกัน...”

“แต่เธอยังเป็นคนคนเดิม เธอไม่ได้เปลี่ยนไปซะหน่อย”

“แต่ว่า...”

 

แฮนเซลดึงตัวของน้องสาวให้โน้มลง มืออีกข้างลูบศีรษะของเธอเบาๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ว่าเธอจะกลายเป็นตัวอะไรไป พี่ก็จะอยู่ข้างเธอเสมอ”

นัยน์ตาของเธอมองสบกับเขา

“เพราะฉะนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว เข้าใจไหม?”

 

เขาผละมือออก แต่เกรเทลเรียกเขาไว้

 

“แฮนเซล”

“อะไรอีก”

“พี่กับผู้หญิงคนนั้นน่ะ...มีน่า?”

 

ภาพของแม่มดผู้ล่วงลับพาดผ่านเข้ามา

เขาหลุบตาลง

 

“พี่เป็นอะไรกับเธอ”

“ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย...แค่ได้เธอคนนั้นช่วยเอาไว้เยอะ”

“พี่รู้สึกยังไงกับเธอ”

 

แฮนเซลยิ้ม สีหน้าของน้องสาวกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว

 

“ทำไมถึงวกมาถึงเรื่องนี้ได้ล่ะ”

เกรเทลดูไม่พอใจนักเมื่อเห็นเขาหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเธอ

 

“พี่รักเธอหรือเปล่า”

“ไม่รู้สิ ฉันเสียใจที่มีน่าตาย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรมากขนาดนั้นหรอก”

“แล้วถ้าคนที่ดายไม่ใช่หล่อน แต่ว่าเป็นฉันล่ะ”

“งั้นตอนนั้นพี่ก็คงจะไปอยู่กับเธอแล้วล่ะ”

 

หญิงสาวโน้มใบหน้าลงใกล้เขา

ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจและกลิ่นกายอ่อนจางแบบสตรีจากตัวเธอ

 

เขาควรสอนน้องตัวเองไม่ให้ทำแบบนี้ผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด

 

“แล้วพี่นอนกับหล่อนหรือเปล่า”

“หา”

“พี่นอนกับมีน่าหรือเปล่า”

“เธอจะรู้ไปทำไมเล่า”

“...แสดงว่าพี่นอนกับหล่อนสินะ”

“นี่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เราคุยกันสักหน่อย ตอนแรกเธอยังกังวลเรื่องที่ตัวเองเป็นแม่มดอยู่ลย แต่ตอนนี้เธอมาซักไซ้เรื่องฉันกับมีน่าแทนเนี่ยนะ”

 

แฮนเซลโคลงศีรษะ เขาลุกขึ้นยืนอย่างหมายจะจบการสนทนา

แต่น้องสาวเขาไปปล่อยไปง่ายๆ

 

“ฉันคิดเรื่องของหล่อนด้วยเหมือนกัน”

“พี่ไม่ได้รักมีน่าเสียหน่อย”

“แต่พี่นอนกับเธอนะ”

“นอนด้วยกันไม่ได้หมายความว่าต้องรักกันนี่”

“ก็ฉันหึงพี่”

 

เขามองใบหน้าของเกรเทล

คำพูดและสีหน้าของเธอไม่บ่งบอกถึงการล้อเล่น

หรือถ้าจะพูดให้ถูก คำว่าล้อเล่นไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมของน้องสาวเขา

 

“เธอหึงพี่ชายแท้ๆของตัวเองงั้นเรอะ”

“ทีพี่ยังคอยกันท่าฉันกับผู้ชายคนอื่นเลยนี่นา ฉันหึงพี่บ้างจะเป็นอะไรไป”

“ฉันห่วงเธอต่างหากล่ะ คนเป็นพี่ชายเขาก็ห่วงน้องสาวกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

“หึงกับห่วงมันก็เหมือนกันแหละน่า”

 

เธอเถียงอย่างดื้อดึง

แฮนเซลถอนหายใจ

 

“เราเลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า แล้วไปหาอะไรดื่มกัน โอเค?”

“ไม่เอา”

“งั้นฉันไปคนเดียวก็แล้วกัน”

“แฮนเซล”

 

ครั้งนี้เธอไม่เรียกเปล่า เกรเทลจับมือเขาแน่น

มือของเธอสั่นน้อยๆ

 

“พี่เป็นของฉันแค่คนเดียวได้ไหม”

 

แฮนเซลไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด

“ตอนนี้ฉันก็เหมือนของของเธออยู่แล้วนี่”

“ไม่ใช่อย่างนั้น”

เธอขบริมฝีปาก

“หมายถึง...แบบผู้ชายกับผู้หญิงต่างหาก”

“จะให้ฉันแต่งงานกับเธอเหรอไง บ้าหรือเปล่าเกรเทล”

“โอ๊ย พี่นี่บื้อจริง”

เหมือนเกรเทลจะหมดความอดทนในที่สุด เธอดึงเขาแบบไม่เบานักเข้าหาตัวเอง

ก่อนจะจูบเขา

แฮนเซลไม่รู้ว่าน้องสาวของตัวเองไปรู้เรื่องแบบนี้มาจากที่ไหน แต่มีบางสิ่งที่ชายหนุ่มรู้อย่างแน่นอน

มันรู้สึกดีเป็นบ้า

 

ริมฝีปากของเธอผละออก ความเงียบเกิดขึ้นหลังจากนั้น

 

คล้ายท้องฟ้าก่อนมีพายุพัดผ่าน

 

พายุคือเสียงกระซิบของเกรเทล

แหบแห้ง เย้ายวน

 

“พี่คะ...”

 

น้องสาวของเขา

ความเป็นพี่น้อง? ศีลธรรม? 

ใครเป็นผู้กำหนดคำว่าศีลธรรม?

 

เขาจุมพิตที่หน้าผากของเธอ ไล่ไปตามแนวใบหน้าขณะที่ค่อยๆดันร่างเธอให้นอนลงกับเตียง น้องสาวเสใบหน้าไปทางอื่นเมื่อเขาเริ่มที่จะปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออก แฮนเซลมองที่ผิวขาวละเอียดของเธอ

ร่างกายของเกรเทลเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเล็กๆต่างจากสตรีในวัยเดียวกัน

แผลเป็นเช่นเดียวกับเขา 

เกรเทลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสายตาของเขาที่จับจ้องบนผิวกายของเธอ

 

“แผลเป็นพวกนั้นมันดูแปลกมากเลยหรือไง”

“เปล่า เห็นจนชินแล้วนี่นา”

“เกลียดหรือเปล่า”

“ทำไมถึงเอาแต่พูดว่ารักหรือเกลียดล่ะ”

 

เธอตอบเขาด้วยเสียงครางแผ่ว ก่อนจะทำหน้าบึ้งตึงใส่

แฮนเซลยิ้ม ดูเหมือนว่าเขาจะพบจุดอ่อนของเธอแล้ว

 

“คิดไม่ถึงว่าน้องสาวคนเก่งจะมีจุดอ่อนอย่างนี้ด้วย”

“เงียบน่า”

“แล้วถ้าหยุดทำล่ะ”

 

เกรเทลเงียบไป ผู้เป็นพี่หัวเราะเบาๆ จุมพิตที่ริมฝีปากของเธอ

เขาไม่ได้ยินอะไรจากริมฝีปากของน้องสาวและตัวเองอีก นอกจากเสียงหายใจหอบหนักเปี่ยมไปด้วยความสุขสม

 

ของทั้งเขาและเธอ

 

ศีลธรรม?

 

“เกรเทล การที่พี่น้องรักกันเองนี่มันผิดหรือเปล่า”

“คนที่นอนกับน้องตัวเองไปแล้วยังมีหน้ามาถามอีก”

“รู้สึกว่าจะเป็นเธอต่างหากที่เริ่มเรื่องนี้ขึ้น ไม่ใช่ฉัน”

“ไม่รู้สิ มันคงขึ้นอยู่ที่ว่าพวกเราเป็นคนกำหนดว่ามันผิดหรือคนอื่นกำหนดว่ามันผิดล่ะมั้ง”

 

หญิงสาวหาวหวอด เลยเวลาเที่ยงคืนมาพักใหญ่แล้ว แฮนเซลไม่แปลกใจที่เธอดูคล้ายจะหลับได้ทุกเมื่อ

ยิ่งเพิ่งผ่านกิจกรรมแบบนั้นมาอีกด้วย

แต่เขาเลือกที่จะถามต่อ เพื่อสะสางปมบางอย่างที่ยังติดค้างในใจ

 

“แล้วสำหรับพวกเรา มันผิดหรือเปล่า”

“ถ้าแค่ฉันน่ะมันไม่ผิดหรอก”

เธอยิ้ม

“พี่พร้อมที่จะตายแทนฉันได้ พี่เป็นคนที่อยู่ข้างฉันเสมอนี่นา...”

 

เกรเทลขยับตัวเข้าใกล้พี่ชาย มือเรียวที่กระด้างจากการจับอาวุธลูบที่แก้มของเขาแผ่วเบา

แฮนเซลหลับตา ซึมซับสัมผัสของผู้เป็นน้อง

“หรือบางทีมันอาจจะไม่ต้องการเหตุผลก็ได้นะ?”

 

คนที่เขารัก 



“เรานี่สมกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ”

“แหงอยู่แล้ว ราตรีสวัสดิ์ แฮนเซล”

 

“ราตรีสวั...”

คำพูดของเขาถูกขัดเมื่อเกรเทลจุมพิตที่หน้าผากของเขา

 

เหมือนเมื่อครั้งที่ยังเยาว์วัย

 

แฮนเซลทำเฉกเดียวกัน ยิ้มให้น้องสาวของตัวเอง

 

“ราตรีสวัสดิ์ เกรเทล”

 

FIN

 


 

 

 

 

ไม่ได้แต่งแฟนฟิคมาพักใหญ่ๆมากแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงปรับสำนวนตัวเองค่ะ
ช่วงหลังๆรู้สึกตัวเองแต่งยืดยาวเยิ่นเย้อมาก พยายามจะแต่งให้สำนวนสั้น กระชับกว่าเดิม(ฮา) คงต้องพยายามต่อไปแหละนะ

 

ตอนแรกไม่คิดว่าตัวเองจะแต่งได้ขนาดนี้ เพราะเข้าไปดูหนังแบบงงๆ และออกมากรี๊ดกร๊าดกับความอินเซสต์แทน ยิ่งได้แรงยุจาก @blackwave สุดท้ายก็เลยได้แฟนฟิคเรื่องนี้ออกมาค่ะ

 

ด้วยความอยากเขียนถึงสภาพจิตใจของเกรเทลล้วนๆเลย ฮา พูดถึงเรื่องศีลธรรมที่เกี่ยวกับรักร่วมสายเลือดด้วย(แล้วก็เอามาตั้งชื่อฟิคละกัน เล่นง่าย orz)

 

พบกันใหม่อีกครั้งเมื่อมีแรงอัพค่ะSmile

 

 

edit @ 27 Jan 2013 23:07:33 by โกโก้

Comment

Comment:

Tweet

เมนชั่นชื่อดิฉันกันแบบนั้นเลยเหรอเธอ /ตบตี
แฮนเซลน่ารักว่ะ ฮืออออ ตาบื้อ บื้อ บื้อสุดๆเลย คือฉลาดในเรื่องที่ควรฉลาด แล้วก็บื้อในเรื่องบางเรื่องที่ควรฉลาดอ้ะ น่ารักไปนะ
พี่ชอบที่โก้เล่าผ่านมุมแฮนเซลอ้ะ แบบ ตานี่ดูไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองในบางจุดตามประสาพี่ชายที่ทั้งชีวิตตูมีแต่น้องตูดี จนขนาดข้ามเส้นไปก็ยังไม่รู้ตัวเลย ..
ชอบความสัมพันธ์แบบนี้นะ เรามีกันสองคน ถึงจะมีคนอื่นเข้าในมาโลกของฉันโลกของเธอ แต่ก็มีกันสองคนในโลกส่วนที่เป็นโลกของเราอยู่ดี 
โก้ว พี่ยุอีกที เรทแบบเรทไปเลย นะคะ   //โดนชก

#1 By MeMeiyo on 2013-01-27 23:24